RSS

Tag Archives: เชียงใหม่

เส้นทางสายไหมบนถนนนิมมาน

ผมเป็นคนที่เดินทางไปเชียงใหม่บ่อยมาก ถ้าเป็นแต่ก่อนคงอยากหาที่พักแถวถนนช้างคลานใกล้ไนท์บาร์ซ่าร์ มาเดี๋ยวนี้ความเจริญมาย้ายมาอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินทร์แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็จะเลือกที่พักในย่านนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปไหนมาไหนไกลๆ เว้นแต่ต้องไปทำธุระชานเมือง หรือนอกเมือง เช่นหางดง แม่ริม แม่แจ่ม อะไรประมาณนี้

profile pictureหาที่พักในเชียงใหม่จะว่ายากก็ยาก (สถานที่ถูกใจแต่ราคาอาจไม่ถูกใจโดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว) จะว่าง่ายก็ง่าย (มีที่พักให้เลือกทุกระดับประดับใจ ถ้าเปลี่ยนมาเที่ยวช่วงนอกเทศกาลหรือช่วงวันธรรมดา รับรองว่าหาไม่ยาก)

เมื่อปีที่แล้วผมมีโอกาสกลับไปเชียงใหม่อยู่หลายครั้ง แล้วก็ได้ค้นพบความเก๋ของโรงแรมนึงซึ่งตั้งอยู่บนถนนนิมมาน จากการค้นหาโรงแรมใน Agoda ที่มีโรงแรมให้เลือกประมาณ 500 กว่าๆ Nimman Mai Design Hotel (นิมมาน ไหม ดีไซน์ โฮเต็ล) เป็นโรงแรมเปิดใหม่ ตั้งอยู่ในซอยสุขเกษม เดินออกมาหน้าปากซอยจะเจอร้านกาแฟชื่อดัง Ristr8to โรงแรมส่วนใหญ่จะแบ่งเกรดของห้องพักตามขนาดและความหรูจาก Standard, Superior, Deluxe และ Suite แต่โรงแรมนี้มีมากกว่านั้นเพราะเขาแบ่งตามอารมณ์และรสนิยมการตกแต่งห้องเป็นถึง 7 ธีม ด้วยความสนใจที่มาและแรงบันดาลใจของที่มาในแต่ละห้อง ผมเลยย่องไปเก็บภาพและเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง

ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับการเที่ยว เมืองน่าน ลำปาง และสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแหล่ง

ถ้าต้องการติดตามอ่านบทความอื่นๆ ของผม กรุณาแวะเข้าไปชมได้ที่ www.somchartlee.com บ้านหลังใหม่ของ “ที่นี่มีเรื่องเล่า” ครับ

สุนทรียะแห่งการพักผ่อน

Theme แรกเรียกว่า Silk Cocoon (The concept of Cozy, the feeling of metamorphose that occurred before the caterpillar becomes a butterfly) ออกแบบเหมือนรังไหม ทำด้วยไม้ตกแต่งผนังคลุมเตียงนอนซึ่งตั้งอยู่บนพื้น ผมชอบห้องนี้มากที่สุด เพราะมันต้องบิวด์อินรอบเตียง การได้นอนอยู่บนฟูกมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างดี การเลือกโคมไฟ และโซฟามันดูเข้ากันดี

Silk Cocoon ห้องนอนดักแด้ (ภาพจากโรงแรม)

Silk Cocoon ห้องนอนดักแด้ (ภาพจากโรงแรม)

Theme ที่สองเรียกว่า Vintage Europe (The concept of Classic, that occurred as timeliness feeling of romance in colonial times) ห้องนี้ออกแบบตกแต่งให้ดูโรแมนติคสไตล์ฝรั่ง ผู้ใหญ่น่าจะชอบแนวนี้นะเพราะดูขรึมดี

Vintage Europe หรูหราโรแมนติค (ภาพจากโรงแรม)

Vintage Europe หรูหราโรแมนติค (ภาพจากโรงแรม)

Theme ที่สามมีชื่อว่า Gold China (The Concept of Emperor of China that occurred as the legend of China) ประมาณบรรลังก์จักรพรรดิ์ จริงๆ แล้วก็มีความโมเดิร์นใส่เข้าไปเยอะ จะมีเก้าอี้และตู้สีแดงที่ช่วยขับความเป็นจีนออกมาได้นิดหน่อย ขาด Prop ที่ทำให้ดูจีนจ๋ากว่านี้

Gold China บรรลังก์จักรพรรดิ์แบบจีนๆ (ภาพจากโรงแรม)

Gold China บรรลังก์จักรพรรดิ์แบบจีนๆ (ภาพจากโรงแรม)

Theme ที่สี่เรียกว่า Jewel Morocco (The concept of Excitement that occurred as the most exotic treasure) ห้องนี้พอแต่งขึ้นมาจริงๆ ผมว่ามันดูสว่างโล่งไปนิดนึง ถ้าทำสีให้ฉูดฉาดกว่านี้ มีภาพแขวนผนังอาจช่วยทำให้ตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น

Jewel Morroco สว่างไสว ขาวโพลน ตื่นตาตื่นใจ (ภาพจากโรงแรม)

Jewel Morroco สว่างไสว ขาวโพลน ตื่นตาตื่นใจ (ภาพจากโรงแรม)

Theme ที่ห้าจะออกแนวเซนชื่อว่า Zen Japan (The concept of the land of rising sun, that occurred to create the fastinating way of people, talent, life & tradition) เป็นห้องแนวเซนคือเน้นความเรียบง่ายและนิ่งสงบไม่ฉูดฉาด ห้องสไตล์นี้จะคงความคลาสิกและอยู่ได้นานกว่าห้องสไตล์อื่น

Zen สงบนิ่งสไตล์เซน (ภาพจากโรงแรม)

Zen สงบนิ่งสไตล์เซน (ภาพจากโรงแรม)

Theme ที่หกมีชื่อว่า Tribe Lanna (The concept of Serene, that occurred as magnificent heritage of Chiangmai’s way of life) ห้องนี้ก็จะออกสไตล์เหนือหน่อย เพราะมีการใช้ไม้สาน วัสดุและศิลปะของล้านนาเข้ามาประกอบการตกแต่งภายในห้อง แต่ต้องระวังเรื่องมอดและการบำรุงรักษานิดหน่อย

Lanna Style ศิลปะสไตล์ล้านนา (ภาพจากโรงแรม)

Lanna Style ศิลปะสไตล์ล้านนา (ภาพจากโรงแรม)

Theme สุดท้ายคือ Thai Rattanakosin (The concept of Heaven that occurred as Thai murals of Nang Mekkala, a Goddess of Lightning) ห้องนี้แต่งขึ้นมาแล้วยังดูไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ จะมีแค่ฝาผนังที่พยายามตกแต่งให้ดูเหมือนคุ้มเจ้า ถ้าใช้สีไม้ เฟอร์นิเจอร์ และแบบผ้าม่านจะดูลงตัวกว่านี้

Thai Rattanakosin งามแบบไทยโบราณในวรรณคดี (ภาพจากโรงแรม)

Thai Rattanakosin งามแบบไทยโบราณในวรรณคดี (ภาพจากโรงแรม)

คุณค่าที่คุณเลือกได้

โชคดีที่ผมมีโอกาสเข้าพักตั้งแต่โรงแรมเปิดใหม่ๆ ราคาต่อคืนตกประมาณ 1,200-1,500 บาท ตอนนี้เสิร์ชใน Agoda ราคารู้สึกจะขยับขึ้นมาเป็น 2,000-2,500 ต่อคืนแล้ว (มีคนเข้าไปรีวิวเกิน 400 แล้ว คะแนนอยู่ในระดับ 8/10 เข้าไปอ่านรายละเอียดและรีวิวจากคนที่เคยไปพักได้ที่นี่ครับ) ถ้าจะให้ชมโรงแรมนี้ผมคิดว่าเขาตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า เพราะเทียบกับเงินที่เสียไป กับความรู้สึกแปลกใหม่ในการพักผ่อนอยู่ในธีมห้องที่สวยงาม แถมฟูกและผ้าปูที่นอนยังนุ่มสบายกว่าทุกที่ๆ เคยพักมา, มี iPad ตั้งให้ใช้บริการที่ Lobby หรือจะขอรหัส wifi ไปใช้ที่ห้องพักก็ได้ไม่คิดเงิน, แหล่งที่ตั้งก็สุดยอดมาก เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกดี แต่สิ่งที่ยังต้องปรับปรุงคือ มาตรฐานการบริการที่สามารถพัฒนาให้ดูสากลขึ้นได้อีกตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พนักงานในห้องอาหารและแม่บ้าน, ห้องนอนสวยแต่ห้องน้ำและข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำยังดูดร็อปไปนิดนึง, ส่วนอาหารเช้าที่โรงแรมก็ดูธรรมดาเกินไป

จากโรงแรมที่เคยไปพักในย่านเดียวกัน ผมขอแนะนำเพิ่มอีก 2 โรงแรม

  • At pingnakorn Hotel (โรงแรมบ้านพิงค์นคร) เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์เรื่องความสะอาด ราคา ไม่เน้นสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอาหารเช้าที่กิ๊บเก๋กว่าใคร อร่อยมาก คอนเฟิร์ม
  • Kantary Hills (โรงแรมแคนทารี ฮิลล์) เป็นโรงแรมแนว Executive Apartment ตอบโจทย์เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ในห้องนอนมีทั้งครัว เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ มีสระว่ายน้ำ ยิม ซาวน่า เลาน์จ ส่วนอาหารเช้าก็ครบเซ็ตมาก ที่ต่างจากที่อื่นคือเขามีเมนูอาหารญี่ปุ่นด้วย อีกหนึ่งข้อดีคือมันอยู่ใกล้ Warm Up มากๆ

ถ้าต้องการติดตามอ่านบทความอื่นๆ ของผม กรุณาแวะเข้าไปชมได้ที่ www.somchartlee.com บ้านหลังใหม่ของ “ที่นี่มีเรื่องเล่า” ครับ

บทความน่าสนใจ

มาเชียงใหม่ทั้งที ต้องกิน เที่ยวให้ครบสูตร ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับแหล่งเที่ยวและกินรอบๆ เชียงใหม่ สามารถตามไปอ่านย้อนหลังได้เลยครับ

Advertisements
 
Leave a comment

Posted by on January 18, 2013 in Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , ,

เชียงใหม่ บ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงเทพฯ

ผมหลงรักเชียงใหม่มานานแล้ว หลงรักจนหัวปักหัวปำ เทียวไล้เทียวขื่ออยู่หลายครั้งต่อปี คงได้เวลาแล้วที่จะเล็งหาที่ดิน หรือที่พักพิงให้มันเป็นเรื่องเป็นราวซักที แต่จะเริ่มยังไง? เลือกอยู่แถวไหน ในเมือง หรือนอกเมืองดี? จะซื้อที่ปลูกบ้านเอง หรือว่าจะซื้อบ้านจัดสรร/คอนโดสร้างเสร็จพร้อมขาย? จะอยู่เอง หรือปล่อยให้เช่าเป็นการลงทุนไปก่อน? แล้วทั้งหมดมันต้องใช้เงินเท่าไหร่ล่ะนี่? คำถามมากมายผุดขึ้นหัว เขาถึงว่าทุกการตัดสินใจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการซื้อสินทรัพย์ถาวรก้อนโตขนาดนี้ ถ้าไม่มีเงินก้อนโต คงต้องเป็นหนี้หัวฟูกว่าจะผ่อนเงินต้นบวกดอกเบี้ยครบ มูลค่าบ้านคงเบิ้ลเป็นสองเท่าตัว

ผมคงไม่ใช่คนเดียวละมั๊งที่อยากมีบ้านที่สองอยู่ที่เชียงใหม่ และผมคงไม่ใช่คนเดียวเช่นกันที่คิดเวียนวนอยู่กับคำถามเหล่านี้ แม้วันนี้ผมจะยังไม่มีคำตอบทั้งหมด แต่ผมก็ได้เริ่มทำการบ้านบ้างล่ะครับ ขอแบ่งปันข้อมูลบางอย่างเผื่อจะมีใครสนใจย้ายมาอยู่เชียงใหม่พร้อมผม

เหตุผลที่คนอยากย้ายมาอยู่เชียงใหม่

หลายปีมานี้ เชียงใหม่เปลี่ยนไปมาก ถ้าไม่นับเรื่องรถติด กับการเผาป่าเพื่อเก็บเห็ดเผาะ เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่มีความเจริญแบบก้าวกระโดดระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผมได้รับประสบการณ์และเรื่องราวดีๆ จากการมาเยือนเชียงใหม่แทบจะทุกครั้ง ขอบังอาจแต่งคำขวัญประจำเมืองไว้ให้เป็นที่ระลึกว่า “ท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ จิตแจ่มใสเพราะอากาศดี ผู้คนมีน้ำใจ ใส่ใจรักษ์วัฒนธรรม แหล่งอารยธรรม 700 ปี มากมีเรื่องอาหาร เบิกบานยามช้อปปิ้ง ยิ่งห่างนักมักคิดถึง”

  • แหล่งท่องเที่ยว: เชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะมาก ทั้งในเมืองและนอกเมือง ออกไปทางเส้นแม่ริม ไปไกลได้ถึงดอยอินทนนท์ เลี่ยงมาทางสันกำแพง อยากให้แวะแม่กำปอง สวยใสบริสุทธิ์เหมือนไปปายก่อนความเจริญเข้าครอบงำ (อ่าน จะอู้จะอี้จะอั้น ได้ที่นี่ครับ)
  • อากาศดี: อากาศที่เชียงใหม่สดชื่นกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัวนัก เพราะยังมีต้นไม้ ภูเขา ยังปกคลุมอยู่ในหลายพื้นที่ ยิ่งในช่วงหน้าหนาวถ้าได้อยู่บนดอย มันหนาวจับใจยิ่งนัก ดีใจสุดๆ ก็เวลาที่ได้ขนเสื้อกันหนาวที่เก็บไว้ในตู้่ออกมาใช้บ้างไรบ้าง
  • ผู้คนมีน้ำใจ: คนเชียงใหม่ไม่ใช่แค่งดงามที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว พูดก็เพราะ สุภาพ แถมยังมีอัธยาศัยดีด้วย
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: เรายังคงเห็นคนเชียงใหม่นุ่งซิ่น กางจ้องในงานประเพณีสำคัญต่างๆ แม้ว่าความเจริญจะบุกรุกเข้าสู่เมือง แต่เขาก็พยายามรักษาขนมธรรมเนียม วัฒนธรรม และประเพณีไว้อย่างสมดุล
  • อารยธรรม 700 ปี: เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่ากรุงเทพฯ กว่าครึ่งศตวรรษ ศิลปะและเรื่องราวยังคงมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย วัดวาอารามตามก็สวยตามแบบฉบับล้านนา
  • อาหารการกิน: ตั้งใจจะตามเก็บ ตามชิมร้านอาหารชื่อดังให้ครบ แต่แล้วเวียนมาจนจบครบหลายรอบ ก็ยังตระเวนได้ไม่ทั่ว ทั้งข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ล้วนแต่เป็นของโปรดทั้งนั้น (อ่าน กินไม่ซ้ำ กับ 10 ร้านดังในเมืองเชียงใหม่ ได้ที่นี่ครับ)
  • แหล่งช้อปปิ้ง: เป็นที่รู้กันว่าถนนช้างคลานย่านไนท์บาร์ซ่าร์ และถนนนิมมานเหมินทร์คือแดนสวรรค์แหล่งช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยว เย็นวันเสาร์ยังมีถนนคนเดินที่วัวลาย ต่อด้วยที่ท่าแพอีกในวันอาทิตย์

นอกเหนือจากเหตุผลส่วนตัวแล้ว เชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเพราะ พรหมแดนของไทยนั้นเชื่อมกับประเทศพม่าและจีน เมื่อการคมนาคมขนส่งสะดวกขนาดนี้ แถมในอนาคตยังมีโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงตัดผ่านจากเชียงราย เชียงใหม่ ไปยังภูมิภาคอื่นอีก อย่างนี้คงเรียกได้ว่าเชียงใหม่นั้นดูเข้าตากรรมการที่สุดสำหรับการย้ายสำมะโนครัว ณ ชั่วโมงนี้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เชียงใหม่

จากการสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งพบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่นั้นบูมมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้อำนวยการศูนย์อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ประเมินไว้ว่าเชียงใหม่ในปี 2012 จะมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสูงถึง 241 โครงการ แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 208 โครงการ ที่เหลืออีก 30 กว่าโครงการเป็นอาคารชุด ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองเกือบทั้งหมด แต่เดิมมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประจำพื้นที่อยู่แค่ 2-3 ราย ตอนนี้มีมากเกือบ 20 รายเข้าไปแล้ว ไม่รู้ว่า Supply ตาม Demand หรือ Demand ตาม Supply กันแน่ ไม่ว่าอะไรจะมาก่อนกัน เป็นที่คาดเดากันได้ว่ามูลค่าที่ดินในตัวเมืองเชียงใหม่มีแนวโน้มสูงปรี๊ดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าแน่นอน

ระดับราคาของห้องชุดหรือคอนโดโดยเฉลี่ยของที่่นี่จะตกอยู่ราวๆ 40,000-50,000 บาท ต่อตารางเมตร ถ้าเทียบกับทำเลสุขุมวิทในกรุงเทพฯ ก็นับว่าถูกกว่าเกือบ 3 เท่า ในขณะที่ราคาปล่อยเช่าจะอยู่ที่ 4,500-7,000 บาทต่อเดือน ขนาดห้องที่คนนิยมซื้อคือแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยประมาณ 31-35 ตารางเมตร ราคาขายประมาณ 1-2 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงบางโครงการอาจตั้งราคา Pre-sale ไว้แพงกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล และระดับเกรดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สรุปว่าใครต้องการซื้ออยู่เอง หรือต้องการลงทุนในระยะยาว คงต้องรีบโกยกันตอนนี้ ก่อนราคาจะขยับสูงขึ้นจนเอื้อมไม่ถึง แต่ถ้าใครต้องการซื้อเก็งกำไรระยะสั้น (โดยไม่ได้มีเงินเก็บเป็นก้อน) ไม่แนะนำนะครับ เพราะเท่าที่ search ดูบนเวบ มีคนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยที่จองปุ๊บ เตรียมขายใบจองปั๊บ ถ้าเกิดขายไม่ออกขึ้นมาล่ะ ก็เท่ากับเป็นภาระที่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อชำระค่าโอนกรรมสิทธิ์

แสนสิริเผยกลยุทธ์บุกเชียงใหม่

dVienglogoแม้แสนสิริจะไม่ใช่บริษัทแรกๆ ที่บุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่ ที่เชียงใหม่ แค่ประเดิมเปิดตัวโครงการ dCONDO Campus Resort ก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด 500 กว่ายูนิตขายหมดเกลี้ยงในเวลา 1.5 ชม. มาเชียงใหม่รอบนี้ผมมีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมชมโครงการ dVIENG Santitham โครงการใหม่ของแสนสิริ เป็นคอนโดระดับพรีเมียม Low Rise 5 ชั้น 2 อาคาร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนหัสดิเสวี ใกล้คูเมือง อยู่ห่างจากถนนนิมมานทร์ประมาณ 2 กม. เห็นจะได้

ความแตกต่างของโครงการนี้กับโครงการอื่นๆ ทั่วไปคือการออกแบบด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับความเป็น Modern Loft ให้กลมกลืนลงตัวอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ทำให้ไม่ดูขัดกับสภาพแวดล้อมโดยรวมตามคอนเซปต์ “เสน่ห์เวียงเชียงใหม่” โครงการนี้มีเพียง 264 ยูนิต มีห้องอยู่ 3 ขนาด (Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.3 ล้านบาท ตกเฉลี่ย ตารางละ 77,000 บาท ขนาดว่าราคาแพงกว่าโครงการทั่วไป วันที่เดินทางไปถึงงาน ปรากฎว่าชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 5 ถูกบุ็คเต็มไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เช้า ต้องรอวันเปิดแบบ exclusive จริงๆ สำหรับชั้น 3 และชั้น 4 และคาดว่าคงจะหมดเกลี้ยงด้วยความรวดเร็วแน่นอน ขายดีจริงๆ

ก่อนจะพาเพื่อนๆ ชมพื้นที่โดยรอบ ผมขอแอบวิเคราะห์นิดหน่อยว่าทำไมโครงการแสนสิริจึงได้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังที่นี่ไม่นาน

1) Brand Awareness: แสนสิริใช้งบโฆษณาปีและไม่น้อยในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แม้ในบางพื้นที่โครงการจะยังไปไม่ถึง แต่ว่าการรับรู้และการจดจำแบรนด์นั้นได้ผลเกินคาด พออัดสื่อโฆษณาเพิ่มลงไปในพื้นที่อีกรอบ ยิ่งทำให้กระแสตอบรับนั้นเห็นผลเร็วขึ้น ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของแสนสิริเพราะสามารถโกยยอดขายในต่างจังหวัดไปแล้วถึง 15,400 บาทจาก 23 โครงการใน 6 จังหวัด (หัวหิน ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ พัทยา และขอนแก่น)

2) Think Global, Act Local: แม้แบรนด์แสนสิริจะมีความเป็นอินเตอร์สูง แต่พอลงไปในแต่ละจังหวัด กลับประยุกต์และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมและรสนิยมของคนในพื้นที่ ตั้งแต่การเลือกพื้นที่โครงการ การออกแบบงานสถาปัตยกรรม การคัดเลือกผู้รับเหมา วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น การกำหนดราคาสินค้า ตลอดจนการทำกิจกรรมทางการตลาดที่แฝงกลิ่นอายของคนบ้านเดียวกัน

3) Demand over Supply: แสนสิริค่อนข้างประสบความสำเร็จในการสร้าง Demand มารองรับ Supply ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุน จะรู้กันดีว่าโครงการหมู่บ้านจัดสรร หรือคอนโดของแสนสิรินั้นขายได้ราคาดี เพราะว่าเลือกทำเลงาม แถมออกแบบห้องตัวอย่างชนิดที่โดนใจมาก สังเกตได้ว่าทุกโครงการของแสนสิริจะต้องมีการกระพือข่าวสร้าง Demand แท้และเทียมออกมารอก่อนที่จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของยิ่งหายากยิ่งมีราคาแพง ยิ่งคนแย่งกันเท่าไหร่ยิ่งทำให้คนอยากซื้อมากกว่าเดิมเท่านั้น

4) Customer Relationship Management: อานิสงส์ของการทำกิจกรรมเพื่อรักษาสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทางจิตวิทยาให้คนที่เป็นลูกบ้านนั้นเกิดความผูกพันกับแบรนด์ ในขณะที่ลูกบ้านของโครงการอื่นเกิดความรู้สึกดีปนอิจฉา แม้จะยังไม่สามารถย้ายค่ายมาในทันที แต่เมื่อมีจังหวะที่เหมาะสมขึ้นมาเมื่อไหร่ แสนสิริก็พร้อมกระโดดเข้าอุ้มขึ้นหิ้งทันที

5) Influencer Marketing: มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพียงไม่กี่ค่ายที่ให้ความสำคัญต่อการผูกสัมพันธ์กับ Celebrity และ Influencer ผู้ที่ไม่เพียงเป็นผู้กระจายข่าวให้กับสมาชิกและแฟนคลับ บางคนยังมีความสามารถในการโน้มน้าวในการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อเพราะเชื่อในคำแนะนำและโน้มน้าว

แม้วันนี้อาจจะยังหาคำตอบได้ไม่ครบทุกข้อ แต่ที่แน่ๆ ผมกำลังเฝ้ารอวันที่จะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่เชียงใหม่อย่างที่เคยฝันไว้แน่นอน

Preview โครงการ dVIENG

dviengfrontview dvienggardenview dviengrearview

Gallery ภาพงานเปิดตัว

 
Leave a comment

Posted by on December 22, 2012 in Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , , , ,

กินไม่ซ้ำ กับ 10 ร้านดังในเมืองเชียงใหม่

ผมมีโอกาสเดินทางไปเชียงใหม่อยู่บ่อยๆ ทุกๆ ครั้งที่ไป หนึ่งในภาระกิจที่ขาดไม่ได้ คือการตระเวนชิมอาหารขึ้นชื่อ บางครั้งก็ค้นหาชื่อร้านจาก internet บ้างก็ถามคนพื้นที่ บ้างก็เดินผ่านโดยบังเอิญ กินสะสมเป็นเวลาแรมปี ก็ไม่เคยจะกินครบซักที เพราะมีร้านเด็ดๆ เกิดขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ และดับไปมากมาย โดยเฉพาะร้านที่ตั้งอยู่บนเส้นถนนนิมมานเหมินทร์ ก็คงเป็นเพราะค่าเช่าที่แพงเกิน อาหารไม่อร่อยจริง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ที่แน่ๆ คือร้านที่ผมจะนำเสนอเหล่านี้ล้วนเป็นร้านที่อยู่นาน อยู่ทน แล้วก็ติดลมบนจนไม่คิดว่าจะร่วงหล่นลงมาง่ายๆ

การคัดเลือกร้านให้เหลือเพียง 10 ร้านนั้นเป็นเรื่องที่ยากโข เพราะร้านอาหารเด็ดข้างทาง จนกระทั่งร้านดังตามกระแสมันมีมากหลายร้อยแห่ง บางแห่งดังไปถึงบนห้างหรือขึ้นไปสุดยอดดอย ผมเลยขอใช้มาตรฐานส่วนตัวในการคัดสรรร้านโปรด จำแนกเป็นประเภทโดยไม่ซ้ำแบบกัน (ท่านอาจมีลิสต์ที่แตกต่างไปกับผม อันนี้ไม่ว่ากัน เรามาร่วมแชร์กันได้นะครับ)

อาหารที่ผมจัดว่าขึ้นชื่อในเมืองเชียงใหม่ คงไม่พ้นข้าวซอย อาหารพื้นเมือง อาหารมื้อดึกหลังดริ๊งแดร๊งดรั๊ง จนมาถึงร้านกาแฟเก๋ๆ Bakery หวานๆ ลองมาตามดูกันว่า 10 อันดับมหานิยมของ “ไช้ชวนชิม” จะตรงใจท่านรึเปล่า (หมายเหตุ: ต้องการหาแผนที่ หรืออ่านรีวิวและดูภาพเมนูอาหารเพิ่มเติม ให้กดลิงค์คลิ๊กตรงชื่อร้านได้เลยครับ)

ดูลิสต์ร้านอาหารเมืองเชียงใหม่ฉบับเต็มได้ที่ www.somchartlee.com  บ้านหลังใหม่ของ “ที่นี่มีเรื่องเล่า” ครับหรือคลิ๊กตรงที่ ลิงค์นี้ครับ

รวมภาพเมนูเด็ดร้านดังที่เชียงใหม่ (by CHAICHUANCHIM)

ลิงค์รวมฮิตอาหารดังโดยไช้ชวนชิม

 
2 Comments

Posted by on July 20, 2012 in Experience, Food, Opinion, Travel, Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

จะอู้จะอี้จะอั้น

อ้ายแอ่วเหนือทีไร ถูกอ๊กถู๊กใจ๋ม่วนหลาย ฮักจาวเจียงใหม่ ฮักอาหารพื้นเมือง และฮักทุกสิ่งที่เป็นเจียงใหม่ อ้ายอู้กำเมืองบ่ค่อยถนัด ขอปรับโหมดเป็นภาษากลางก่อนจะถูกคนท้องถิ่นด่าว่า “จั๊ดง่าว”

ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน (นั่งเครื่องบินประมาณชั่วโมงกว่าๆ ถือว่าไกลมั๊ย?) มาคราวนี้ตั้งใจมาสูดอากาศสดชื่นเต็มที่ แต่หมอกจางๆและควันคล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้ ตื่นเช้ามาพระอาทิตย์ก็ถูกบดบัง ฟ้าก็ยังไร้เมฆ มีแต่กลุ่มควันลอยละล่องทั่วบ้านทั่วเมือง ดูผิวเผินพอจะสวยแทนหมอกแต่พอสูดเข้าไปลึกๆ กลิ่นเริ่มไม่พิศมัย บางคนถึงขนาดต้องเอาหน้ากากปิดจมูกปิดปาก ราวกับว่าจะกลัวคนอื่นติดหวัด วัฒนธรรมการเผาป่าเริ่มดูจริงจังขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนเราคิดว่ามันคงเป็นไฟป่าหน้าแล้ง แต่นี่เห็นเผากันอยู่ริมทางเลย ดูแล้วน่าหดหู่เสียเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียอารมณ์ อ้ายจะพยายามสรรหาสถานที่เหมาะๆ พาเพื่อนๆ แวะชมความงามเท่าที่พอเหลืออยู่ในยามนี้ ช่วงเดือนมีนาคม เป็นเดือนที่อากาศอบอุ่นจนถึงร้อนมากในบางพื้นที่ จะมีบ้างก็ตามหุบเขาหรือบนยอดดอยที่ยังพอรู้สึกหนาวจนอยากจะกอดใครบางคน จะอู้จะอี้จะอั้นไปแล้ว อ้ายได้คัดเลือก 4 สถานที่สำคัญในการชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวกัน แน่นอนคงไม่ใช่ตลาดไนท์บาร์ซ่า ไม่ใช่ถนนคนเดินที่วัวลาย หรือถนนนิมมานเหมินทร์แหล่งรวมของฮิปประจำเชียงใหม่ ที่ใครๆ ก็ไปกัน วันนี้อ้ายพามาแอ่ว แม่กำปอง ไร่นภ-ภูผา ม่อนแจ่ม และแม่ริมกัน พร้อมแล้วขึ้นรถมาด้วยกันเลยครับ

Read the rest of this entry »

 
Leave a comment

Posted by on April 7, 2012 in Experience, Food, Opinion, Travel

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กินแหลก ณ เชียงใหม่

เขียนไว้เมือเดือนมีนาคม 2555

เผลอปากมันแผล็บเดียว สะสมเมนูอาหารนับพันๆรูป ยังสงสัยเหมือนกันว่ากินเข้าไปหมดได้ยังไงนะคนเรา กินแล้วกินเล่า ซ้ำไปซ้ำมา จนบางทีแทบจำไม่ได้ว่าจานนี้ท่านได้แต่ใดมา เพื่อเป็นการเตือนความจำ ความเมามันกับการแอ่วเหนือช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ไช้ชวนชิมเลยขอสะสมเมนูจานเด็ดจากยอดดอยสู่ผืนดิน ริมทางเท้า มาบอกเล่าสู่กันกิน

ทานของสูง

เริ่มต้นจากการแวะทานอาหารจากบนยอดดอยอินทนนท์ เป็นร้านอาหารโครงการหลวงที่อยู่ในอาณาบริเวณของแปลงเกษตรที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ เทือกสวนไร่นาขั้นบันได วิวทิวทัศน์สวยมากครับ ร้านนี้ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อให้รองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเดิม

ขอแนะนำเมนูเด็ดเป็ดอี้เหลียงอบกาแฟดอยคำ ซี่โครงหมูตุ๋นทานกับขนมปัง เมี่ยงปลาเทราท์ และเมนูผักสดสารพัดชนิด อ่านกันเต็มๆ ดูพรีวิวเมนูอื่นๆ กัน ได้ที่ลิงค์นี้ที่ผมอัพไว้ใน Wongnai ลืมบอกไปว่าราคาโดยเฉลี่ยตกประมาณ 80-150 บาทต่อจาน สั่งไปประมาณ 7-8 อย่างราคารวมอยู่ที่พันกว่าบาทเท่านั้นเอง คุ้มมาก+++

มาถึงที่นี่ทั้งทีอย่าลืมหาโอกาสชมนกชมไม้ ถ่ายภาพกับสวนดอก ถ้ายิ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ช่วงที่ดอกไม้กำลังเบ่งบานแล้วด้วยล่ะก็จะสวยงามเป็นพิเศษ

Read the rest of this entry »

 
2 Comments

Posted by on March 24, 2012 in Experience, Food, Opinion, Travel, Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

แจ่มดอยคอยรัก

บ้านบนดอย บ่มีแสงสี บ่มีทีวี บ่มีน้ำประปา บ่มีโฮงหนัง โฮงนวด คลับบาร์ บ่มีโคล่า แฟนต้า เป็บซี่

หลาย 10 ปีผ่านไป บนดอยถิ่นห่างไกลความเจริญแม้จะยังคงไม่มีคลับบาร์ (เพราะไม่รู้ใครจะขึ้นไปใช้บริการกันไกลขนาดนั้น) แต่สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างก็เริ่มเข้ามาถึง บางชุมชนมีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ บางแห่งก็ปั่นไฟจากพลังน้ำหรือ โซล่าเซลล์แทน โรงหนังก็ไม่มีแต่ที่พอมีคือทีวีจานดาวเทียมที่พอให้คนทั้งชุมชนมานั่งมุงดูกันอบอุ่นดี ถึงไม่มีโรงนวดแต่เราก็พอจะหาหมอนวดแผนไทยฝีมือดีในหมู่บ้านพอได้บ้าง แต่ก่อนมีโคล่าก็ว่าหรูแล้วเดี๋ยวนี้มีน้ำสารพัดสีรวมถึงน้ำชาเขียวก็ส่งขึ้นมาถึงบนดอยแล้วครับ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเริ่มมีใช้ในบางพื้นที่ แม้คลื่นสัญญาณมือถืออาจจะดับเป็นหย่อมๆ แต่ถ้าลงจากดอยเข้าไปในเมืองซักหน่อยรับรองว่าชัดแจ๋วแว๋ว

ชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ในขณะที่ผู้คนต่างยินดีต้อนรับความเจริญเข้าสู่ชุมชน เรากลับรู้สึกเสียดายที่ความเจริญนั้นมันไม่ได้หยุดแค่ตรงสาธาณูปโภคพื้นฐานที่ทำให้คุณภาพชีวิตคนบนดอยดีขึ้นเท่านั้น หากแต่เป็นการนำค่านิยมผิดๆ ติดขึ้นมาพร้อมกัน จากวิถีชีวิตชุมชนที่เน้นพึ่งพาอาศัยกันอย่างพอเพียง กลายเป็นวิถีของการแสวงหาสินทรัพย์เพื่อยกระดับฐานะการเป็นอยู่แบบคนเมือง ความสมดุลระหว่างวัตถุและธรรมชาตินิยมจึงเป็นกลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่มีวันจบ

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ดูเหมือนจะเป็นทางออกของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน คือการยึดหลักทางสายกลาง ไม่ผลิตมากเกินกำลังบริโภค และชุมชนต้องรู้จักบริหารจัดการทรัพยากรให้เป็น

Read the rest of this entry »

 
1 Comment

Posted by on March 17, 2012 in CSR, Experience, Opinion, Travel, Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , , ,

 
%d bloggers like this: