RSS

ไปเที่ยวมัลดีฟส์กันดีกว่า

04 Dec

มัลดีฟส์ได้ชื่อว่าเป็นเกาะในฝันของใครหลายๆ คน แต่ทำไมไม่รู้ คนจึงชอบเก็บเกาะแห่งนี้ไว้สำหรับคู่ฮันนีมูน คนโสดอย่างเราร้อนตัว จึงต้องรีบออกมาแก้ข่าว ว่ามัลดีฟส์เป็นของคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าคุณจะชอบความเงียบสงบ หรือคุณชอบเอะอะ ปาร์ตี้ drink drank drunk ก่อนจะติดตามเรื่องราวทริปอลวนของคน(พยายาม)ว่างงาน ผมขอให้คุณทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่าคุณควรจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้ หรือควรจะรอจนกว่า…มัลดีฟส์จะหายไป

Maldives Trip

10 เหตุผลที่คุณควรรีบไปมัลดีฟส์

  1. มัลดีฟส์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่ 4 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงที่หมายแล้ว
  2. น้ำทะเลเริ่มกัดเซาะหาดเข้ามาเรื่อยๆ รีบแวะมาดูใจก่อนเกาะมัลดีฟส์จะจมหายสู่ใต้ท้องทะเล
  3. เป็นเกาะแห่งมนตรา ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งสนิท ยิ่งอยู่นานยิ่งหลงรัก (หัวปักหัวปำ)
  4. น้ำใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา ถ้าโชคดีเห็นปลาโลมาล่ะก็ รีบยกมือไหว้ทันที
  5. คนไม่ค่อยพลุกพล่าน แต่ละรีสอร์ทเฉลี่ยแล้วจะรองรับแขกแค่เป็นหลักร้อย เพราะทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด
  6. มีเพียงหาดทราย ทะเล สายลม กับสองเรา เกาะนี้โรแมนติคเสียจนอยากจะบอกรักใครสักคน (ก็ได้)
  7. แม้เกาะแห่งนี้จะไม่เหมาะกับการเพาะปลูก แต่อาหารการกินนั้นสมบูรณ์สุดๆ รับรองไม่อดตาย
  8. ประหยัดค่าใช้จ่ายสุดๆ เพราะไม่มีอะไรให้ช้อปนอกจากปลาทูน่าตัวโตๆ ที่เหมาะแก่การซื้อเป็นอาหารปาก
  9. สระน้ำอยู่แค่หน้าบ้าน นอนติดอ่างกินวิวทะเล ในกระท่อมไฮโซ บลูลากูน
  10. สวยทุกมุม ที่แห่งนี้เหมาะกับการถ่ายภาพอัพขึ้น instagram สุดๆ ไม่เชื่อตามไปดูที่ http://instagram.com/somchartlee

รู้อย่างนี้จะชักช้าอยู่ใย รีบเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เตรียมไปเที่ยวทะเลมัลดีฟส์กันดีกว่า อ้อ!!! แล้วอย่าลืมอัพ status บน Facebook ว่า “ช่วงนี้ไม่ว่าง กำลังไปมัลดีฟส์….” รับรองได้ว่าต้องมีคนเสนอหน้าอยากไปเที่ยวด้วย หรือไม่ก็โดนเมนต์กระจาย

clubmed3

เตรียมตัวไปมัลดีฟส์

มัลดีฟส์คือประเทศ ตอนแรกผมก็ยังคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของศรีลังกา แต่พอไปค้นข้อมูลดู ปรากฎว่าเคยเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ได้รับอิสรภาพมาแล้วตั้งแต่ปี 2508 มัลดีฟส์คือหมู่เกาะ นับรวมทั้งสิ้นมีมากถึงพันกว่าเกาะ แต่ที่มีคนอาศัยอยู่จริงๆ มีเพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว 74 เกาะ จะไปมัลดีฟส์นั้นไม่ยากอะไร วีซ่าก็ไม่ต้องขอ แค่จองตั๋ว จองที่พัก พกเงินดอลล่าร์ติดตัว แค่นี้ก็อยู่รอดได้แล้ว โรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ แถวนี้มักจะคิดแพ็คเกจรวมค่าที่พัก อาหาร และเรือรับส่งระหว่างสนามบินและที่พักอยู่แล้ว คุณจึงสามารถประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ไม่ยาก เว้นแต่ว่าคุณต้องการจะเล่นกีฬาโลดโผน เช่น เจ็ทสกี บอลลูน scuba หรือต้องการซื้อทัวร์ นั่งเครื่องบินรอบเกาะ หรือไปเที่ยวปิคนิคบนเกาะสวาทหาดสวรรค์ อันนี้ก็ถือเป็นกรณีพิเศษ ว่าเป็นตามขนาดกระเป๋า และความบ้าบิ่น หากท่านต้องการทำความรู้จักเกี่ยวกับประเทศมัลดีฟส์มากกว่านี้ (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้ครับ) หรือข้อมูลทั่วไป (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

จองตั๋วเครื่องบิน: สายการบินหลักๆ ที่ไปลงที่ Male (มาเล่) ได้แก่ Bangkok Airways (บินตรง เฉพาะวันจันทร์ พุธ พฤหัส และอาทิตย์), Malaysian Airlines via Kuala Lumpur, Srilankan Airlines via Colombo และ Singapore Airlines via Singapore ราคาของแต่ละที่ไม่ค่อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับ Class ที่บิน (สอบถามตั๋วราคาพิเศษหรือตั๋วโปรโมชั่นจาก Agent) ระยะเวลาที่บิน (ยิ่งต้องต่อเที่ยวบินที่ประเทศอื่น ยิ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเป็นพิเศษ) และระยะเวลาในการจองตั๋ว (ยิ่งจองตั๋วใกล้วันเดินทางยิ่งแพงครับ) ถ้าไม่อยากยุ่งยากวุ่นวาย ขอเชียร์ให้เลือก Bangkok Airways ครับ เพราะเป็น Direct Flight ที่ขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่มาเล่ตอนราวๆ 4 โมงเย็น (เวลาที่นั่นช้ากว่าเราประมาณ 2 ชั่วโมง) ขากลับถึงเมืองไทยตอนประมาณ 5 ทุ่ม ค่าตั๋วไปกลับเฉลี่ยอยู่ที่ 18,000-25,000 บาท สำหรับชั้น Economy, 40,000-50,000 บาท สำหรับชั้นธุรกิจ (ลองทำการจองตั๋วโดยตรงได้ที่เวบ Bangkok Airways) หรือจะลองติดต่อ Agent ที่คุณไว้ใจครับ

จองที่พัก: จากการค้นหาโรงแรมบนเกาะมัลดีฟส์ผ่านเวบ Agoda ที่มีมากถึง 120 แห่ง โรงแรมส่วนใหญ่ยังมีห้องว่างอยู่ จะแพงหรือถูกขึ้นอยู่ Season หรือขึ้นอยู่กับ type ของห้องที่จองไป ห้องที่มีวิวดีมาก ยิ่งแพงมาก อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ราคาโดยเฉลี่ยของห้องพักแนวลากูน (กระท่อมที่ยื่นลงไปในทะเล หรืออยู่ติดทะเล) จะตกอยู่ที่ 10,000++ บาท/คืน ถ้าเป็นช่วงหน้า Low Season ราคาห้องพักอาจจะถูกกว่านี้ แต่ต้องทำใจนะ ช่วงนั้นฝนอาจจะตกมากหน่อย ส่วนช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นช่วง High ราคาที่พักจึงค่อนข้างสูง โรงแรมยอดนิยมที่คนไทยชอบพักกันก็มี Centara Grand Island Resort & Spa, Angsana Ihuru Resort และก็ Club Med (ดูลิสต์รายชื่อโรงแรมพร้อมอัตราค่าที่พักได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

เตรียมสัมภาระ: การเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรมาก เหมือนไปเที่ยวทะเลทั่วไป คือต้องพกชุดว่ายน้ำไป (จะทูพีซ หรือวันพีซก็ได้ แต่อย่าถึงขั้นโนพีซนะ เพราะที่นี่เขาไม่มี Nude beach เหมือนในหลายๆ ประเทศ เดี๋ยวจะถูกส่งกลับข้อหาอนาจาร 555 แต่ถ้าจะเปลือยกายเดินเล่นในลากูนส่วนตัว คงไม่มีใครว่าเนาะ) ส่วนใครที่เตรียมตัวไป Snorkel ดำดูปะการังน้ำตื้น หรือ Scuba Diving ก็ให้เตรียมชุดเหมาะสำหรับลงทะเล ไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์มานะครับ เพราะเขามีเตรียมไว้ให้ เว้นแต่คุณไม่สามารถใช้ของร่วมกับคนอื่นได้ และถ้าไม่ลำบากจนเกินไป จะพกถุงกันน้ำและกล้องถ่ายภาพใต้น้ำมาด้วยก็ได้ เวลาเห็นปลาสวยงาม จะได้แชะภาพมาอวดคนอื่น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสพยายามจัดหาชุดเก่งและพร็อปให้พร้อมไว้หลายๆ ชุด อย่าให้น้อยหน้าชาวบ้านเขา เราคนไทยขึ้นชื่อเรื่องความเยอะอยู่แล้ว บางที่เขามีธีมปาร์ตี้และกาลาดินเนอร์ด้วย ยังไงก็แต่งตัวให้ถูกกาละเทศะนิดส์นึง นอกจากนี้แล้วอย่าลืมพกครีมกันแดด SPF 50+ ยาแก้เมาเรือ (ใช้เวลานั่งสปีดโบ๊ตประมาณ 25-40 นาที) แว่นกันแดด รองเท้าแตะ และแบตเตอรี่ชาร์จเจอร์และ Adapter (เอาแบบที่สามารถปรับเป็น 3 หัวแบบยุโรปได้) ถ้ามือถือแบตหมดหรือชาร์จไม่ได้ จะรู้สึกหงุดหงิดมากๆ รีสอร์ตแต่ละที่เขาน่าจะมีสัญญาณ Wifi ให้ใช้ ก่อนออกนอกประเทศอย่าลืมตัดสัญญาณ EDGE/GPRS ถ้าไม่อยากเสียค่าโรมมิ่งหรือดาต้าที่แพงเกินเหตุ (ใครที่ใช้ AIS สามารถกด *129*1# แล้วโทรออกเพื่อปิดสัญญาณ เปลี่ยนจากเลข 1 เป็น 2 สำหรับการเปิดสัญญาณอีกครั้ง) เมื่ออุปกรณ์ยังชีพครบถ้วน อย่าลืมเตรียมตัวเตรียมใจไปเที่ยวทะเล ไม่ต้องพกงานมาทำ แค่มีหนังสืออ่านและกล้องถ่ายรูปคู่ใจก็พอ นอกนั้นไปหากิจกรรมทำเอาดาบหน้า อย่ามัวแต่นอน จนลืมตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเอาเท้าจุ่มน้ำทะเลบ้าง ไม่งั้นเขาเรียกว่ามาไม่ถึงมัลดีฟส์

room2

เที่ยวสุดคุ้ม ใช้ชีวิตแบบไฮโซ จ่ายแบบโลโซ

เชื่อหรือไม่ว่าผมเดินทางไปเที่ยวมัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืนด้วยเงินเพียง 4 หมื่นบาท (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และอาหารทุกมื้อ) ถ้าให้ดูสมเหตุสมผลหน่อยคุณควรจะตั้งงบประมาณไว้ 50,000 บาท เผื่อเหลือเผื่อขาด ดูเหมือนจะแพง แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว มันถูกกว่าไปญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้กระทั่งฮ่องกงอีก เพราะคุณต้องหมดเงินไปกับการช้อปปิ้ง ค่าอาหารการกิน ค่าเดินทางสารพัด ต่อไปนี้คือข้อแนะนำของผมสำหรับคนที่คิดจะไปมัลดีฟส์อย่างประหยัด แต่ถ้าคุณมีงบไม่อั้นล่ะก็ ไม่ต้องคิดมาก ชีวิตเราใช้ซะ

คำถาม: ควรซื้อตั๋วแยกกับที่พัก หรือควรจองเป็นแพ็กเกจดี?

สำหรับการมาครั้งแรก ผมแนะนำให้ซื้อเป็นแพ็คเกจ เพราะคุณจะกำหนด budget ได้ง่ายกว่า แต่แพ็คเกจที่ว่าไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่โรงแรมและสายการบินจะไม่ได้ทำ co-promotion กัน สันนิษฐานว่าโรงแรมและรีสอร์ตที่มัลดีฟส์เขาก็จะเลือกทำโปรโมชั่นร่วมกับสายการบินประจำชาตินั้นๆ รีสอร์ตสัญชาติไทยก็มีเพียงน้อยนิด ซึ่งอาจจะทำแต่โปรโมชั่นลดราคาห้องพักผ่าน Agoda, Tripadvisor ฯลฯ เท่านั้น ยกเว้น Club Med ที่มีสำนักงานขายอยู่ที่เมืองไทย จึงไม่แปลกที่จะเห็น Bangkok Airways กับ Club Med จะจัดโปรโมชั่นแพ็คคู่ให้เห็นเป็นเนืองๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ผ่านเอเยนต์หรือโทรสอบถามที่สำนักงานขายโดยตรง เพราะบางทีราคาพิเศษมันก็ไม่ได้ publish อยู่บนเวบไซต์ ครั้งนี้ผมเลือกจองตั๋วผ่าน Yosotravel ได้ราคาค่อนข้างพิเศษ เพราะว่าจองล่วงหน้านานนับ 3-4 เดือน (ซื้อตอนหน้า Low แต่มาเที่ยวช่วงใกล้ต้นหน้า High) ซื้อจนเกือบลืมไปเลย พอใกล้ถึงวันเดินทาง แทบจะนั่งนับวันนับคืนถอยหลังเลยทีเดียว แบบว่าตื่นเต้นกับประสบการณ์ครั้งแรกอ่ะ สำหรับคนที่เริ่มเชี่ยวและมีข้อมูลเกี่ยวกับมัลดีฟส์มากพอ คุณอาจลองทำการจองตั๋วราคาพิเศษแยกกับที่พักในฝันก็ได้ไม่ว่ากันนะครับ

คำถาม: ควรใช้เวลาสักกี่วัน จึงจะได้ประสบการณ์คุ้มค่ากับการมามัลดีฟส์?

ด้วยความงก ตอนแรกผมจองมาแค่ 3 วัน 2 คืน แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง ขอไม่เล่าในรายละเอียด ทำให้ต้องอยู่พัก 4 วัน 3 คืน นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูก Where where is where where??? ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมแนะนำว่าคุณต้องอยู่ที่มัลดีฟส์อย่างน้อย 3 คืนเพื่อสัมผัสรสชาติทะเลอย่างลึกซึ้ง ถ้ากลัวงบบานปลายให้จัดโปรแกรมอย่างนี้นะครับ พักอยู่ที่ Male (เมืองหลวงของมัลดีฟส์) 1 คืน และอีก 2 คืน ให้พักอยู่บนเกาะที่คุณเลือกเป็นจุดหมายปลายทาง

คืนแรกเน้นซุกหัวนอน ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำความคุ้นเคยกับเมืองมาเล่ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินที่สุด ใช้ที่นั่นเป็นฐานทัพในคืนแรก ซื้อทัวร์ออกเรือไปเที่ยวเกาะอื่นแบบ 1-day trip เหมาะมากสำหรับการไปดำน้ำดูปะการังน้ำลึก หรือทะเลน้ำตื้นที่โรงแรม/ที่พักในคืนที่ 2 และ 3 ไม่สามารถพาคุณไปถึง (เลือก route ที่ไม่ซ้ำกัน)

คืนที่สองเดินทางไปยังรีสอร์ตที่คุณจองไว้ เลือกห้องพักแบบธรรมดาที่สุด ที่ Club Med ห้องพักถูกสุดคือห้อง Superior หน้าตาคล้ายบ้านพักสวัสดิการข้าราชการ หลังจากเช็คอินแล้วให้ใช้เวลาส่วนใหญ่ Enjoy กับกิจกรรมนอกห้องนอน เอาแบบให้เหงื่อยโทรมกาย จะได้กินได้เยอะๆ แบบไม่กลัวอ้วน

คืนที่สามขออัพเกรดเป็นห้องแบบลากูน (Lagoon Suites) เป็นกระท่อมที่ยื่นไปในทะเล เห็นวิวทิวทัศน์มัลดีฟส์แบบเต็มตา คืนสุดท้ายนี้เน้นกิจกรรมภายในร่ม (จะทำอะไรก็แล้วแต่วิจารณญาณและจินตนาการส่วนตัว) เนื่องจากห้องพักมันหรูและเก๋สุดเปรียบเทียบกับคืนก่อนหน้านี้ เราควรใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศ นิ่งๆ ชิลล์ๆ เรียกได้ว่าเริ่มต้นอย่างสมบุกสมบันแล้วค่อยมาฟินจบแบบ…สุดยอด

ถ้า 3 คืนมันยังไม่หนำใจ ให้เพิ่มอีก 1 คืนที่มาเล่ เผื่อไว้สำหรับการจัดการเวลาให้เข้ากับตารางของเที่ยวบิน และการออกเรือด้วย จะได้ไม่ฉุกละหุกและหวาดเสียวจนเกินไป เพราะว่าถ้าตกเครื่องตกเรือขึ้นมาล่ะก็ อาจหมดสนุกและแถมยังต้องเสียตังค์เพิ่มโดยใช่เหตุ

คำถาม: อาหารการกิน และค่าครองชีพที่นี่แพงมั๊ย?

ถ้าเทียบกับเมืองหลวงทั่วไป ที่นี่ค่าครองชีพก็ไม่นับว่าแพงมากจนรับไม่ได้ ในเมืองมาเล่ มีตลาดปลา และตลาดสดให้ช้อปพวกผักและผลไม้ ส่วนของใช้และอาหารสำเร็จรูป หาได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ราคาสินค้าค่อนข้างแพงเพราะต้องนำเข้าเกือบทั้งหมด ที่น่าแปลกใจคือผลิตภัณฑ์ของไทยนี่ชนะเลิศนะ ผมเห็นพวกเครื่องแกง เครื่องดื่ม และขนมหลายชนิดเป็นสินค้าที่ผลิตในไทย ยี่ห้อที่คุ้นตานอกจากกระทิงแดงแล้ว ก็ยังมีมาลี, ดัชมิลล์, โมกุ โมกุ, มันฝรั่งยี่ห้อแจ๊กซ์ ฯลฯ

มาถึงที่นี่ไม่ต้องแลกเงินท้องถิ่นมานะ แค่พกเงินดอลล่าร์มาก็พอ ไม่จำเป็นไม่ต้องซื้ออะไร เพราะไม่มีอะไรน่าซื้อ อาหารการกินก็ให้ฝากท้องกับที่โรงแรมทั้ง 3 มือ (ซึ่งส่วนใหญ่จะรวมอยู่ในค่าที่พักอยู่แล้ว) พยายามเลือกกินเมนูปลาเป็นหลัก เพราะเขาจับมาสดๆ ส่วนเนื้อสัตว์ประเภทอื่น เขานำเข้ามาเกือบหมด รวมถึงกุ้งลอบสเตอร์ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องสั่งอาหารนอกเมนู อยากกินหรูกว่านี้ กลับมาเมืองไทยก็ค่อยว่ากัน อย่างที่คลับเมดนี่ บุฟเฟต์ทุกมื้ออยู่แล้ว ทั้งกินและดื่มไม่อั้น อะไรที่ไม่ค่อยอร่อยและไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องกระเสือกกระสนเสกเข้าพุงทั้งหมด ตอนเอาเข้ามันง่าย แต่ตอนเอาออกมันยาก รู้มั๊ย!!!

คำถาม: มาถึงมัลดีฟส์ ควรทำกิจกรรมอะไรบ้าง?

อันนี้แล้วแต่เลย ถ้าคุณเป็นคนโสด คุณคงอยากตื่นขึ้นมาแต่เช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น วิ่งจ็อกกิ้งริมชายหาด ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วพอสายๆ ก็ออกเรือไปดำน้ำดูปะการัง กลับมาว่ายน้ำต่อ กินข้าวเที่ยงแล้วก็ไปเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด ตีปิงปอง เหนื่อยแล้วก็หยุดพักอ่านหนังสือ หรือไปนวดสปา นั่งสมาธิ โยคะ ทานอาหารเย็น ดูโชว์ ชวนกันปาร์ตี้ จิบ cocktail กลับเข้าห้องพัก นั่งบวกเลข ฟังเพลง ดูละคร โอ๊ยเยอะ ส่วนคู่รัก ก็เน้นกินนอน อาบแดด แช่น้ำนม ชมจันทร์ อะไรประมาณนั้น ที่มัลดีฟส์มันดีอยู่อย่างก็คือ คุณอยากหยุดเวลา ใช้ชีวิตแบบสโลซบ หรือคุณอยากไฮเปอร์ ถ่างตาทั้งวันทำกิจกรรมไม่รู้เบื่อก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีข้อห้ามเยอะแยะ แต่ขออย่างนึงเหอะ คืออย่ามัวเป็นบังอรเอาแต่นอน ใช้ประสาททั้ง 5 สัมผัสธรรมชาติให้คุ้ม เพราะเมื่อไหร่คุณปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดจมูก และปิดการสัมผัส เมื่อนั้นคุณไม่ต้องมาไกลถึงมัลดีฟส์ อยู่เมาดีพที่บ้าน จะคุ้มกว่ามั๊ย!

น้ำยี่ห้อคริสตัล

รู้ไว้ใช่ว่า++

  • ชื่อสนามบิน: Ibrahim Nasir International Airport
  • ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร: ภาษาอังกฤษ
  • ศาสนาประจำชาติ: อิสลาม
  • ฤดูน่าเที่ยว: ฤดูร้อน (ธันวาคม-เมษายน) หลังจากนั้นเป็นหน้าฝน
  • น้ำจืดที่ใช้บนเกาะมาจากไหน: มาจากน้ำทะเล ผ่านกระบวนการกรองด้วยเทคโนโลยี
  • ไฟฟ้าที่ใช้มาจากไหน: มาจากการปั่นไฟ และโซล่าร์เซลล์
  • ระบบไฟฟ้า: 220-240 โวลต์ เครื่องไฟฟ้าจากไทย สามารถนำไปใช้ที่มัลดีฟส์ได้ แต่ต้องใช้ปลั๊กขา 3 เหลี่ยม
  • ข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์: ดูได้ที่เวบของ Package Maldives หรือ Maldives Fanclub on Facebook
  • คลับเมดเป็นรีสอร์ตยอดนิยมของคนไทย มีเจ้าหน้าที่คนไทย (เรียกว่า G.O. ย่อมาจาก Gentle Officer) คอยดูแลเทคแคร์ลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะ G.O. ไม่เหมือนพนักงานทั่วไป พวกเขาเหล่านี้ใช้เวลา 60% บริหารงานหลักเช่นฝ่ายต้อนรับ งานด้านบัญชี ครัวกลาง บาร์ กิจกรรมทางน้ำ และอีก 40% ของเวลาที่เหลือ ต้องคอย Entertain กินข้าวกับแขก หรือเตรียมการแสดงในช่วงกลางคืน
  • คุณควรฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนออกไปดำดูปะการัง อย่างที่คลับเมด ลูกค้าจะต้องไปลงชื่อทดสอบทักษะการว่ายน้ำก่อนลงเรือสปีดโบ๊ตไปดำดูปะการัง

ผมขอทิ้งท้ายบทความนี้ด้วยคำขอบคุณแด่ผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นน้องโย @soyoso ที่ช่วยยุแยงจนได้เสียเงินซื้อแพ็คเกจสุดคุ้มสมใจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่บางกอกแอร์ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะคุณสดมภ์พล Station Manager ประจำประเทศมัลดีฟส์ ขอบคุณน้องแอนนี่ G.O. ประจำ Club Med Kani ที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำตัวเป็นพลเมืองที่กลมกลืนบนเกาะแห่งนี้ ขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางในทริปนี้ เชอร์รี่ และเพื่อนๆ อีกหลายคนที่พบกันระหว่างทาง คุณทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นทริปสุดยอดแห่งปี พบกันใหม่โอกาสหน้า ผมสัญญาว่าจะกลับมาเหยียบผืนทรายบนเกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้ให้จงได้ Maldives, I love you. 

โลกสวยด้วยแอพ (Gallery ภาพบนเกาะมัลดีฟส์)

ถ้าต้องการติดตามอ่านบทความอื่นๆ ของผม กรุณาแวะเข้าไปชมได้ที่ www.somchartlee.com บ้านหลังใหม่ของ “ที่นี่มีเรื่องเล่า” ครับ

 
1 Comment

Posted by on December 4, 2012 in Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , ,

One response to “ไปเที่ยวมัลดีฟส์กันดีกว่า

  1. Jiraz

    December 8, 2012 at 1:44 pm

    สวยมากกกก

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: