RSS

ลำปาง รำพึง ลำพูน

03 Jul

ตามความเชื่อของชาวล้านนา เราควรหาโอกาสไปนมัสการพระธาตุประจำปีเกิด 12 ปีนักษัตรสักครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคล แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าพระธาตุประจำปีเกิดของคุณประดิษฐานอยู่ที่ใด จากการสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งจนมั่นใจว่าไม่ผิดเพี้ยน จึงได้เวลาอันสมควรในการเขียนบล็อกนี้เพื่อบอกเล่าสู่กันฟัง ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญแต่ละแห่ง เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ

1. ปีชวด (วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่)

2. ปีฉลู (วัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง)

3. ปีขาล (วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่)

4. ปีเถาะ (วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน)

5. ปีมะโรง (วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่)

6. ปีมะเส็ง (วัดโพธารามมหาวิหาร จ.เชียงใหม่, พระเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย)

7. ปีมะเมีย (พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า)

8. ปีมะแม (วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่)

9. ปีวอก (วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม)

10. ปีระกา (วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จ.ลำพูน)

11. ปีจอ (วัดเกตุการาม จ.เชียงใหม่, พระธาตุอินทร์แขวน ประเทศพม่า)

12. ปีกุล (วัดมหาชินธาตุเจ้า พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย)

การดั้นด้นเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการเรียกขวัญกำลังใจตัวเองกลับมา เหมือนการชาร์จแบตเตอรี่ทางใจ ให้พร้อมรับมือกับความทุกข์และอุปสรรคที่กำลังมาเยือนในทุกรูปแบบ แม้จะพากายเข้าวัดได้อยู่บ่อยๆ แต่หากใจไม่สงบเหมือนอยู่ในวัด ก็เท่ากับว่าการชาร์จแบตเตอรี่บุญทางใจนั้นสูญเปล่า

ผ่านมาตั้งหลายสิบปี (ไม่ขอบอกว่ากี่รอบแล้ว) ผมยังไม่เคยนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดของตัวเองเลย โชคดีเมื่อปีที่แล้วได้ไปถึงอินเดียและพม่านมัสการเจดีย์พุทธคยา และเจดีย์ชเวดากอง ส่วนปีนี้ราวกับมีแรงดลใจให้ได้กลับมาเมืองเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายรอบ เลยทำให้มีโอกาสได้นมัสการเพิ่มอีกหลายแห่ง เริ่มด้วยเชียงใหม่ (ไหว้พระธาตุศรีจอมทอง และพระธาตุดอยสุเทพ) ต่อด้วยน่าน (ไหว้พระธาตุแช่แห้ง) จนมาถึงทริปนี้ก็เลยจัดไปลำปางและลำพูนซะเลย น่าตื่นเต้นเป็นที่สุด เพราะเป็นปีที่ได้ไปกราบนมัสการพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดประจำปีเกิดแถมยังไปในเดือนเกิดอีกต่างหาก และแล้วธรรมะก็จัดสรรให้จัดโปรแกรมนี้ได้สำเร็จ

วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมนั่งเครื่องบินมาลงที่เชียงใหม่อยู่ค้างหนึ่งคืนพอให้หายเหนื่อย เพื่อเตรียมออกเดินทางแต่เช้าในวันรุ่งขึ้นเพื่อไปจังหวัดลำปาง ลำพูน และย้อนกลับมาเชียงใหม่ภายในวันเดียวกัน เป้าหมายหลักในครั้งนี้คือ การได้นมัสการพระธาตุลำปางหลวง (จ.ลำปาง) พระธาตุหริภุญชัย (จ.ลำพูน) และพระพุทธบาทสี่รอย (จ.เชียงใหม่)

เช้าวันอาทิตย์อากาศค่อนข้างปลอดโปร่ง เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า แดดลงเปรี้ยงจนทำให้ลำปางที่ใครคิดว่าหนาวมาก…มันกลับร้อนมากเสียนี่กะไร น่าแปลกดี “ป้ายลำปางหนาวมาก” กลายเป็นสัญลักษณ์ จุดถ่ายรูปของคนที่นี่ไปซะฉิบ ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงเราก็เดินทางมาถึงสถานที่สำคัญแห่งแรก นั่นคือพระธาตุลำปางหลวง ผมเดินทางมาหลายที่ ต้องยอมรับแบบลำเอียงเล็กๆ ว่าชอบความงามของพระธาตุแห่งนี้มากที่สุด ตั้งแต่ซุ้มประตูโขงตรงบันไดทางขึ้น ส่วนวิหารหลวงนั้นงดงามมากถ้าได้ชมแบบเต็มๆ เสียดายวันที่ไปกำลังถูกบูรณะปฏิสังขรณ์อยู่ สีไม้ของวิหารพระพุทธที่อยู่ด้านข้างวิหารหลวงนั้นตัดกับสีทองอร่ามของพระธาตุเจดีย์ ถ่ายรูปออกมาช่างเป็นความงดงามที่ลงตัวมาก

มีคนสันนิษฐานเอาไว้ว่าพระธาตุแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 21 หรือประมาณ 500 ปีมาแล้ว ที่นี่เปรียบเสมือนหอศิลป์ที่รวบรวมเรื่องราวความงดงามที่ถูกถ่ายทอดผ่านจิตรกรรมฝาผนังและโบราณวัตถุต่างๆที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งตามแบบฉบับของศิลปกรรมล้านนา หลังจากเวียนเทียนรอบโบสถ์ 3 รอบเสร็จแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางต่อไปยังสถานีถัดไป…นั่นคือวัดพระแก้วดอนเต้า เป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุดอนเต้า ซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า

เรื่องน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับจังหวัดลำปาง

  • คำขวัญประจำจังหวัด: ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกธรรมรักษา
  • แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ: วัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุลำปางหลวง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย บ่อน้ำพุร้อนน้ำตกแจ้ซ้อน
  • แหล่งท่องเที่ยวที่คนหยุดพัก: กินกาแฟ เลี้ยงแกะและถ่ายรูปกับป้ายลำปางหนาวมาก ที่ Hug You
  • ของฝาก: เครื่องปั้นดินเผา
  • แหล่งช้อปปิ้ง: เซ็นทรัลพลาซ่าลำปางกำลังถูกก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2555
  • ร้านอาหารขึ้นชื่อ : ป้อก๋วยจั๊บ อยู่หน้าสถานีรถไฟลำปาง (ขายเฉพาะช่วงเช้าถึงตอนสายๆ เท่านั้นครับ), ก๋วยเตี๋ยวโกโย่งอยู่ข้างวัดเมืองศาสน์ (สำหรับคนชอบทานเนื้อ แม้เขาจะมีหมูบ้างก็ตาม), ข้าวหมกไก่อิสลาม (ข้ามสะพานรัษฏาตรงไปจนถึงสี่แยกที่จะเลี้ยวซ้ายไปห้างฉัตร ให้เลี้ยวขวาไปนิดเดียว ร้านอยู่ฝั่งตรงข้าม), ข้าวซอยโอมา อยู่ถนนสุขสวัสดิ์ ซอย 2 (ขาย 9 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง), ร้านข้าวมันไก่เจ้าเก่า ถนนบุญวาทย์ติดโรงแรมเอเชีย, ร้านโอชาวัฒนา บน ถ.พหลโยธิน ใกล้โรงแรมเวียงทอง ตรงข้ามโรงพยาบาลเขลางค์นคร (ขึ้นชื่อด้วยเป็ดพะโล้ เนื้อน้ำมันหอย ทั้งร้านรู้สึกจะขายแค่ 6 เมนู), ร้านอร่อยบาทเดียวและข้ามต้มบาทเดียวค้นหาเพิ่มเติมได้จาก เวบ pantip หรือ ในเวบบอร์ด ต่างๆ ครับ

นมัสการพระธาตุลำปางหลวงเพื่อเป็นสิริมงคลในเดือนเกิด

hug you ลำปางหนาวมาก

แวะซื้อของที่ระลึก เครื่องปั้นดินเผาของดีจังหวัดลำปาง

แล้วเราก็เดินทางต่อไปยังจังหวัดข้างเคียง นั่นคือลำพูนนั่นเอง แวะทั้งวัดพระธาตุหริภุญชัย (ประจำปีเกิดของคนปีระกา) วัดมหาวัน และวัดจามเทวี พูดถึงจังหวัดลำพูนคงอดพูดถึงพระนางจามเทวีไม่ได้ เพราะลำพูนเคยเป็นที่ตั้งของนครหริภุญชัย ในสมัยพระนางจามเทวีซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งนครนี้ เรื่องราวตามพงศาวดารนั้นน่าสนใจมาก

เรื่องโดยย่อคือพระนางจามเทวีประสูติในวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง พ.ศ. 1176 เมื่อมีพระชนม์ได้เพียง 3 เดือน มีนกยักษ์ได้โฉบเอานางขึ้นไปบนฟ้า เมื่อบินผ่านหน้าสุเทฤาษีซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ที่ไร่อ้อย ท่านได้แผ่เมตตาจิตให้นกนั้นปล่อยทารกลงมา แล้วก็ได้รับเด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา หลังจากผูกดวงว่าเด็กน้อยนั้นมีวาสนาจนได้เป็นถึงกษัตริย์ ท่านฤาษีจึงได้เนรมิตแพขึ้นมาส่งกุมารีน้อยล่องไปตามทิศเหนือ แพนั้นเป็นแพวิเศษที่สามัญชนทั่วไปแตะต้องไม่ได้ จนกระทั่งพระเจ้ากรุงลวปุระและพระมเหสีได้ดึงเชือกแพด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง แพวิเศษนั้นก็ลอยเข้าสู่ท่าน้ำโดยง่าย หลังจากนั้นท่านก็รับกุมารีนั้นเป็นบุตรีแล้วขนานนามใหม่ว่า “พระนางจามเทวี” เรื่องราวของกุมารีผู้นี้ซึ่งกลายเป็นกษัตริย์ผู้ปกป้องเมืองหริภุญชัยในเวลาต่อมานั้น ถูกกล่าวขานจนคนโบร่ำโบราณต่างพากันนับถืออย่างมาก (ติดตามอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ)

เรื่องน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับจังหวัดลำพูน

  • คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดัง กระเทียมดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหริภุญชัย
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกทองกวาว
  • แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ: วัดพระธาตุหริภุญชัย อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี วัดมหาวัน วัดศรีดอนชัย วัดพระบาทห้วยต้ม อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
  • แหล่งท่องเที่ยวที่คนหยุดพัก: กินกาแฟ ซื้อของฝากงานศิลปะร้าน “เลอฌอ
  • ของฝาก: ผ้าไหมยกดอก ลำไย หอมกระเทียม
  • ร้านอาหารขึ้นชื่อ: ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำใยที่ลำพูน รีวิวโดยป๋าปึก (อยู่ใกล้วัดพระธาตุหริภุญชัย), ครัววันดี (ใครช่วยทำเวบให้แกใหม่หน่อยสิ เห็นสีสันตัวหนังสือกระแทกตามากเลย), ร้านสายน้ำผึ้ง ข้าวซอยนมสด (บนถนนจามเทวี), ร้านลาบลุงนิล  (ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน เพียง 10 กิโลเมตร จากสี่แยกนิคมอุตสาหกรรม)ค้นหาเพิ่มเติมจาก เวบ pantip หรือใน siamfreestyle

นมัสการพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน

ท่านใดสนใจอ่านประวัติพระนางจามเทวีโดยละเอียด (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ)

นมัสการพระนางจามเทวี

ตอนที่เราออกเดินทางไปจังหวัดลำปางและลำพูน เมฆหมอกเริ่มทะยอยเคลื่อนตัวปกคลุมพื้นที่เต็มท้องฟ้า แต่ก็นับว่าโชคดีมากเพราะขณะที่เรานมัสการพระธาตุลำปางหลวงและพระธาตุหริภุญชัย ฝนก็ยังไม่โปรยเม็ดทำให้สามารถเวียนเทียนจนครบรอบทั้ง 2 แห่ง จนกระทั่งได้เวลาที่เราจะมุ่งหน้าออกจากลำพูนเตรียมกลับเชียงใหม่เท่านั้น ฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาจนแทบไม่เห็นพื้นถนน โชคดีโชเฟอร์ที่ขับรถให้เรานั้นมีความชำนาญเส้นทางพอสมควร เลยทำให้เรารอดปลอดภัยมาได้อย่างหวุดหวิดอยู่หลายครั้ง ถนนบางช่วงอุ้มน้ำเป็นแอ่งแล้วก็ลื่นมากด้วย ถ้าใครไม่ชำนาญเส้นทางต้องขับรถด้วยความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเลย

ปาฏิหารย์นั้นมีจริง เมื่อเราดั้นด้นมาถึงพระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม ฝนก็หยุดตก สถานที่แห่งนี้งดงามและสันโดษมาก ถ้าใครไม่ตั้งใจมาคงมาไม่ถึงเพราะว่าวัดแห่งนี้นั้นอยู่ห่างไกลจากจากตัวเมืองพอสมควร ทางขึ้นเขาก็ค่อนข้างชัน แต่พอได้ขึ้นมาถึงแล้วรู้สึกดีมาก วัดตั้งอยู่บนยอดเขา สวยงามอลังการสุดๆ (ชมภาพและเรื่องราวประวัติความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ที่ Kammatan.com)

นมัสการพระพุทธบาทสี่รอย จ.เชียงใหม่

และแล้วทริปบุญลำปาง รำพึง ลำพูน (แถมเชียงใหม่ด้วย) ก็เป็นอันจบสมบูรณ์อย่างที่ตั้งใจไว้ ขอแบ่งบุญกุศลจากตั้งจิตจากการสักการะบูชาธรรมสถานต่างๆ แด่เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

การทำบุญก็เป็นเรื่องนึง การทำทานก็เป็นเรื่องนึง การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ถือเป็นการน้อมจิตให้เรายังคงดำรงศีลและตั้งมั่นอยู่การประพฤติชอบ คงไม่มีธรรมทานใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับปฏิบัติประพฤติตนเป็นคนดีได้

โดยส่วนตัว ผมเป็นคนไม่นิยมสะสมวัตถุมงคล แม้จะได้มาด้วยความตั้งใจหรือจะมีคนแบ่งปันมาให้อยู่บ่อยครั้งก็ตาม ผมกลัวว่าตัวเองจะดูแลรักษาไว้ได้ไม่ดี และถ้ามีเยอะเกินมันอาจทำให้เรากลายเป็นคนยึดติดกับวัตถุไปได้ในที่สุด ส่วนการบนบานศาลกล่าวขอโชคขอลาภกับสิ่งศักดิ์นั้นถือว่าน้อยมาก สารภาพว่าแต่ก่อนก็เหมือนคนทั่วไป จะสอบเข้าก็ขอให้ติด สัมภาษณ์งานก็ขอให้ผ่าน ไอ้เรื่องขอให้รวยนั้นไม่ต้องพูดถึง ใครๆก็ขอกันทั้งนั้น กระทั่งขอให้ถูกหวยก็เคย แต่เดี๋ยวนี้เลิกหมดแล้ว เพราะอะไรรู้มั๊ยครับ คือเริ่มมาคิดได้ว่า ถ้าเราชอบขอโน่นขอนี่ไปเรื่อย มันจะทำให้เราติดกับ “ความอยากได้แบบดิ้นไม่หลุด” บางคนขอเหมือนกัน แต่ขอกันคนแบบ แบบว่ามีเงื่อนไข คือถ้ารวยขึ้นมาเมื่อไหร่จะเอาเงินมาทำบุญ แค่เริ่มคิดก็ติดลบแล้ว

ขอบคุณธรรมะที่ถ่ายทอดโดยครูบาอาจารย์และป้ายคำสอนที่ถูกแขวนไว้ตามต้นไม้ในวัดและสถานที่ปฏิบัติธรรมต่างๆ มันช่วยเตือนสติให้เราสามารถแยกแยะระหว่างกุศลกรรมกับความเชื่องมงาม คงไม่ผิดอะไรหากคนเราจะหาหลักยึดเหนี่ยวเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ แต่จะมีประโยชน์อะไรหากเราไม่เคยรู้จักพึ่งพาตนเอง

ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปหากมีโอกาสได้ไปกราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงขอให้ตัวเองมีกำลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็งในการบำเพ็ญเพียรตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม ให้ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจเต็มความสามารถ หากมีโอกาสขอให้ได้ทำประโยชน์ต่อผู้อื่นและได้เผยแพร่พุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

อย่าเกียจคร้าน การงาน ให้ใครบ่น

อย่าขอฟ้า ขอฝน ปนเงื่อนไข

คิดสิ่งใด จงได้ทำ ดังตั้งใจ

ตอบแทนได้ ผลงาม เพราะกรรมดี

 
1 Comment

Posted by on July 3, 2012 in Experience, Food, Travel

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

One response to “ลำปาง รำพึง ลำพูน

  1. kamolbhorn

    July 4, 2012 at 2:48 pm

    ขออนุโมทนาด้วยนะค่ะ สาธุค่ะ

     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: