RSS

โน่น นี่ น่าน

08 Jun

“คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว

จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว

ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม

จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม

ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป

ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้

จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้

ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา”

บทกลอนนี้คือการป้อนคำหวานที่สะท้อนความหมายของภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดภูมินทร์ที่ถูกขนามนามว่า “กระซิบรักบันลือโลก” นี่ืคือจุดเริ่มต้นของตามรอยศิลปะวัฒนธรรมโบราณที่มีเสน่ห์มนตราไม่เสื่อมคลายแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาแล้วกว่าร้อยปี นันทบุรี ที่แห่งนี้ที่เราเรียกว่า “น่าน”

เนิ่นนานมาแล้วที่ตั้งใจจะมาเที่ยวน่าน จนแล้วจนรอดก็ยังหาโอกาสเหมาะๆไม่ได้ซักที จนเมื่อไม่นานนี้ จากคำชักชวนของเพื่อนที่มาแบบกระทันหันราวกับมีอะไรมาดลใจ ผมใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน ก็รีบจองตั๋วนกแอร์แล้วจัดสัมภาระยัดใส่กระเป๋าแล้วบินมาเที่ยวน่านกับเขาเป็นครั้งแรก

เขาบอกว่าคนที่มาน่านต้องตั้งใจจริงๆ เพราะไม่ได้มากันง่ายๆ รถไฟก็ไม่ผ่าน รถบัสก็มีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้ดีหน่อยที่มีสายการบินนกแอร์บินลงวันละ 3 ไฟลท์ ทำให้น่านที่เกือบจะเป็นเมืองในตำนานที่ไม่ค่อยมีผู้คนรู้จัก กลายเป็นสถานที่ฮิปๆ แห่งใหม่ที่ชวนให้น่าค้นหา

มีเรื่องราวมากที่เกี่ยวกับน่านที่อยากเล่าสู่กันฟัง แต่ผมขอตัดส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ออกไป เพราะคิดว่าเพื่อนๆ คงสามารถดาวน์โลดหาอ่านได้จากเวบไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานจัดหวัดน่าน ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลจังหวัด รวมถึงประวัติศาสตร์ และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ หรือจะเปิดอ่าน wikipedia ของจังหวัดน่าน ซึ่งนอกจากจะมีข้อมูล สถิติที่สำคัญต่างๆ แล้ว ยังได้รวบรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นชาวน่านให้เราได้พอฟังคุ้นหูอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเวบไซต์ของเอกชนที่ได้แนะนำสถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงข้อมูลข่าวสารอื่นๆของสังคมออนไลน์ผ่านหน้าเวบของ น่านทูเดย์ดอทคอม, น่านเดลินิวส์ , น่านโซไซตี้ และ HiNan ซึ่งเป็นฟรีแมกกาซีนรายเดือนที่สามารถหยิบอ่านได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมทั่วไป

สิ่งที่น่าประทับใจเมื่อมาถึงเมืองน่าน คือ 3 สิ่งนี้ที่คุณไม่ควรพลาด คือการชมศิลปกรรมความงดงามของวัดวาอารามของเมืองน่าน การขี่จักรยานและนั่งรถรางชมเมือง และการได้ลิ้มชิมรสอาหารเหนือในแบบฉบับของชาวน่าน ไช้ชวนทัวร์ขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเบิ่งตาชมเมืองน่านไปพร้อมๆ กัน

เที่ยวชมวัด ศิลปะเมืองน่านสวยงามไม่แพ้ใคร

เปิดเข้าไปดูใน wikipedia ต้องทึ่งจริงๆ ว่าจังหวัดเล็กๆ อย่างน่านจะมีวัดมากขนาดนี้ ถ้าข้อมูลไม่ผิดน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 475 วัดทั่วเมือง แต่ถ้าพูดถึงวัดที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ คงไม่พ้น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุเขาน้อย วัดช้างค้ำวรวิหาร วัดมิ่งเมือง วัดหัวข่วง วัดสวนตาล วัดพญาภู และ วัดพญาวัด ในทริปนี้ผมมีโอกาสได้ไปสักการะทั้งหมด 15 วัด แต่ละวัดมีความงดงามและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เลยขออนุญาตพาทัวร์วัดที่สำคัญด้วยการเล่าเรื่องด้วยภาพแทนนะครับ

เสาหลักเมืองที่ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกันกับวัดมิ่งเมือง

วัดภูมินทร์ วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองน่าน

วัดศรีพันต้น เป็นวัดที่มีจิตรกรรมปูนปั้นรูปพญานาคที่งดงามมาก

วัดช้างค้ำวรวิหาร เป็นวัดในตำนานที่ทำให้พม่าต้องพ่ายศึกกลับไป

วัดน้อย คือวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

วัดพระธาตุเขาน้อย จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองน่าน

วัดสวนตาล ที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทอดสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา

วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดประจำปีเกิิดของคนที่เกิดปีเถาะ

วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา เป็นวัดเก่าแก่ที่มีจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นในสมัย ร.5 มีคุณค่าทางศิลปะและความสมบูรณ์ใกล้เคียงวัดภูมินทร์

วัดพญาวัด เป็นอีกวัดที่สวยงามและดูขลังมาก มีภาพแกะสลัก 12 ราศีอยู่รอบตัววิหาร

ถ้าจะไหว้ครบทุกวัด คงต้องใช้เวลากว่าค่อนเดือน แต่ถ้าไม่เร่งรีบอยากให้ใช้เวลาอยู่วัดใดวัดหนึ่งให้นานหน่อย เพราะแต่ละแห่งก็ล้วนมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจให้ศึกษา ไปทัวร์ 9 วัดมาหลายที่ บอกได้เลยว่าที่น่านนี้นอกจากจะทำให้รู้สึกอิ่มบุญเป็นพิเศษ ยังทำให้รู้สึกชื่นชมคนสมัยก่อนที่มีความปราณีต บรรจงสร้างประติมากรรมที่ยากที่จะสร้างได้เทียบเท่าหรือเสมอเหมือนในยุคปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองน่านที่ไม่ควรพลาด

นอกจากการทัวร์วัดแล้ว น่านยังเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยงานศิลปะ และความงดงามของธรรมชาติ ถ้าเปรียบเป็นคนต้องถือว่าเป็นคนที่มีของดีติดตัว ในช่วงหน้า Low โดยเฉพาะหน้าฝนแม้จะเปียกปอนมีอุปสรรคในการเดินทางบ้าง แต่ข้อดีคือสถานที่สำคัญต่างๆ จะไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก ทัวร์วัดนั้นไปได้ทั้งปี แต่ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งถ้ามีโอกาสกลับไปเยือนน่านอีกครั้ง คงต้องไม่พลาดแน่ เช่น การนอนเต้นท์เพื่อชมความงามของดอกชมพูภูคาที่จะผลิดอกบานสะพรั่งทั่วดอยในช่วงหน้าหนาว ยังมีอุทยานที่สำคัญอีกหลายแห่ง เช่น อุทยาทแห่งชาติศรีน่าน อุทยานแม่จริม อุทยานขุนน่าน อุทยานนันทบุรี ฯลฯ เสียดายวันที่เราเดินทางมีฝนตกค่อนข้างหนัก พี่คนขับบอกว่ากลัวดินจะสไลด์และทำให้เกิดอันตรายได้ พวกเราเลยอดไปชมความงามของดอยภูคา และบ่อเกลือสินเธาว์ แต่พอพลิกไปดูเวบที่ Kapook ทำไว้เกี่ยวกับน่าน..เมืองในหุบเขา นับว่าครอบคลุมสถานที่สำคัญหลายๆอย่างไว้ครบทีเดียว เชิญตามไปอ่านได้เลยที่นี่ครับ

สำหรับผม สถานที่คุณควรหาโอกาสไปให้ได้ที่น่าน ควรจะมีหอศิลป์ริมน่าน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน คุ้มเจ้าราชบุตร โฮงเจ้าฟองคำ เที่ยวชมดอยชมพูภูคา นั่งรถรางและสามล้อผ่อเมืองน่าน ตักบาตรเช้าที่ถนนสุมนเทวราชและตลาดตั้งจิตนุสรณ์ ในทริปเดียวอาจมีบางที่ได้แค่แวะ ผมเลยขอแชะและแชร์ภาพบางส่วนที่ได้ไปเยือนมาฝากเพื่อนๆ ครับ

หอศิลป์ริมนาน หอแสดงงานศิลปะของ อ.วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดัง

โฮงเจ้าฟองคำ มรดกไทยล้านนาที่ควรค่าต่อการรักษา

ตักบาตรเช้าหน้าตลาดตั้งจิตนุสรณ์ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามเช้าที่นอกจากจะทำให้จิตใจผ่องใส ยังทำให้มีโอกาสได้สำหรับวิถึชีวิตของคนน่านด้วย

นั่งรถรางชมเมืองน่าน ติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวล่วงหน้าที่เบอร์ 054-750247 อัตราค่าโดยสารเพียงแค่ 30 บาทเท่านั้น

นั่งชมวิว ริมน้ำน่าน สงบนิ่ง พาชื่นใจ

ขี่จักรยานชมเมือง วิถีชีวิตที่เรียบง่ายที่เมืองน่าน

สถานที่พัก

ที่เมืองน่าน มี รร. ที่พัก และรีสอร์ทมากมาย ส่วนใหญ่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ที่ขึ้นชื่อจะมีอยู่ 3 แห่งคือ พูคาน่านฟ้า, น่านบูติก (ทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ในเมือง ห่างกันเพียงแค่ 8 นาทีจักรยานปั่นถึง) และศศิดารารีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองใกล้กับวัดพระธาตุเขาน้อย ถ้าอยากมีทางเลือกเพิ่มเติมลองค้นหาใน Google ดูนะครับ

ในทริปนี้ผมจองที่พักไว้ 2 ที่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง คืนแรกพักที่น่านบูติก ส่วนคืนที่สองเปลี่ยนบรรยากาศมาพักที่พูคาน่านฟ้า ให้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่ประทับใจไม่แพ้กัน ผมขอรีวิวคร่าวๆ เกี่ยวกับข้อดีและข้อด้อยของทั้ง 2 โรงแรมนี้นะครับ

1) โรงแรมน่านบูติก

โรงแรมนี้ตั้งอยู่บนถนนข้าหลวง นับว่าอยู่ใจกลางเมืองทีเดียว ข้อดีคือสามารถเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก ห้องหับกว้างขวางและสะอาด มีสวนหย่อมและต้นไม้ตามจุดต่างๆ บรรยากาศดูร่มรื่น และที่สำคัญอาหารเช้าอร่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวต้มซี่โครงหมู และข้าวเหนียวหน้าต่างๆ ราคาค่าที่พักตกประมาณคืนละประมาณ 1,000-1,500 บาท โรงแรมมีบริการรถจักรยานให้ใช้ฟรี แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก ยังคิดอยู่ว่าถ้าแขกมาพักพร้อมๆ กันทีละเยอะ เขาจะมีจักรยานมาเสริมให้รึเปล่า

ส่วนข้อที่ควรปรับปรุงสำหรับโรงแรมนี้คือ ไม่ค่อยใส่ใจติดตามบริการลูกค้าเท่าไหร่ เข้าไปอ่านในกระทู้ Pantip แล้วก็รู้สึกเสียวๆ เหมือนกัน เลยทำการโทรเช็ค โน่น นี่ นั่น ให้แน่ใจว่าจะไม่ได้รับประสบการณ์แย่ๆ แบบเดียวกัน ตอนโทรไปจองที่พักที่นี่เขาไม่มีอีเมล์คอนเฟิร์มกลับมาให้ (ไม่รู้เป็นเฉพาะเคสเรารึเปล่า) ทุกอย่างบอกด้วยปากเปล่า แม้จะไม่ต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้าก่อนเดินทาง แต่ก็ทำให้กังวลว่ามาพอมาถึงที่พักแล้ว ห้องที่จองไว้จะถูกคนอื่นซิวไปเพราะไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินใดๆ ส่วนถ้าจะใครต้องการให้โรงแรมมารับที่สนามบิน แนะนำให้โทรแจ้งแต่เนิ่นๆ เพราะที่นี่คือไม่ถาม ไม่บอก ไม่ขอ ไม่ให้ อะไรประมาณนี้ ฉะนั้นคงไม่แปลกใจเลยว่าช่วงไฮซีซั่นคงมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่วีนแตกเพราะบริการไม่ได้ดั่งใจ โชคดีที่ผมไม่ได้เจอกับเหตุการณ์อะไรแย่ๆ เลยไม่มีเรื่องเพลียๆ มาเล่าให้หนักใจ โดยรวมถือว่าผ่านเกณฑ์ คุ้มค่าราคา ไช้ชวนทัวร์ให้ 4 ดาว

ด้านหน้าโรงแรมน่านบูติก ในเช้าวันฝนตก

โรงแรมมีเนื้อที่กว้างขวาง สะอาดสะอ้านน่าอยู่ มีต้นไม้ปกคลุมไปทั่ว

อาหารเช้าที่นี่ชนะเลิศ อร่อยทุกกกกอย่าง

2) โรงแรมพูคาน่านฟ้า

ตอนที่ทำงานอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทยยังไม่มีโอกาสได้มา เห็นภาพงานแถลงข่าวเปิดตัวโรงแรมแห่งนี้ ก็รู้สึกปลื้มใจแทนคุณบัณฑูร ล่ำซำ ไม่น้อยที่ตัดสินใจย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่ ประเดิมด้วยการซื้อกิจการโรงแรมน่านฟ้า แล้วมาบูรณะใหม่จนกลายเป็นโรงแรมหรูมีระดับขึ้นมาแบบผิดหูผิดตา โรงแรมน่านฟ้าคือชื่อเดิมซึ่งมีอายุนานกว่า 80 ปี หลังจากถูกจับมารีแบรนด์ใส่ชื่อพูคานำหน้า (ตามชื่อของเจ้าเมืองเก่าพญาพูคา และยังออกเสียงคล้องจองกับดอกชมพูภูคา ซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำเมืองน่าน) โรงแรมแห่งนี้จึงกลายเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด ทำให้คนรู้จักน่านมากขึ้นแบบผิดหูผิดตา

โรงแรมพูคาน่านฟ้าเป็นโรงแรมเรือนไม้ขนาดเล็กที่มีจำนวนห้องทั้งสิ้นแค่ 14 ห้อง ตั้งอยู่ข้างๆ โรงแรมเทวราช แม้ข้าวของเครื่องใช้ภายในจะดูทันสมัยขึ้น แต่โครงสร้างตัวตึกต่างๆ ยังถูกอนุรักษ์ให้คงแบบดั้งเดิม โรงแรมนี้จัดว่าตั้งอยู่ในโลเกชั่นที่ดีมากเพราะติดริมถนนสุมนเทวราช เดินข้ามถนนไปนิดเดียวก็ถึงตลาดเช้า ที่ๆ ชาวน่านแวะมาซื้ออาหารสด ตลอดจนถึงการตักบาตรเช้าเป็นสิริมงคลประจำวัน จุดเด่นของโรงแรมนี้คือเรื่องดีไซน์ ภาพวาดเก๋ๆ และของตกแต่งที่ดูผสมกลมกลืนแบบมีรสนิยม ห้องนอนขนาดไม่ใหญ่มากแต่มีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นครบ แม้กระทั่งตูเซฟและไฟฉายข้างเตียงนอน พนักงานที่นี่บริการดี พูดจาสุภาพเรียบร้อย คอยถามไถ่เรื่องต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง อ้อแล้วโรงแรมนี้มีห้องสมุดพร้อมมุม internet ให้ด้วย แขกที่พักสามารถขอรหัส wifi ใช้ได้ทั่วโรงแรมโดยไม่คิดเงิน อาหารเช้าก็ละเมียดมาก แม้จะไม่มีบุฟเฟต์เสิร์ฟเหมือนโรงแรมน่านบูติก (เพราะเราพักวันธรรมดาที่มีแขกค่อนข้างน้อย) แต่เราก็เอนจอยกับอาหารเช้าบ้านๆ ประเภทข้าวต้มทรงเครื่อง เกี๊ยวน้ำหมู ปาท่องโก๋จิ้มนมข้มหวาน อะไรประมาณนี้

สำหรับโรงแรมนี้ไม่รู้จะติอะไรดี เอาเป็นว่าราคาค่าที่พักอาจจะสูงไปนิดนึงสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาแบบซำเหมาทัวร์ เนื่องจากเป็นโรงแรมปรับปรุงใหม่แถมมีจำนวนห้องพักไม่มากนัก เลยเข้าใจว่าค่าที่พักอาจถูกอัพขึ้นมา แต่ก็สูงเกือบ 10 เท่าจากราคาเดิมที่ รร.น่านฟ้าเคยตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน อัตราค่าที่พักของโรงแรมนี้ตกเฉลี่ยคืนละ 2,000-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับเวลาและวันที่พัก โดยรวมผมประทับใจมาก เอาไปเลย 4 ดาวครึ่ง กั๊กไว้อีกครึ่งดาวสำหรับการมาพักครั้งถัดไป

โรงแรมพูคาน่านฟ้ายามค่ำคืน ตั้งตระหง่านบนถนนสุมนเทวราช

การตกแต่งภายในโรงแรมที่ทำจากไม้ทั้งหลัง ประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังสไตล์น่าน

อาหารเช้าเบาๆ ทานที่ รร. หรือจะซื้อมาเสริมจากตลาดฝั่งตรงข้ามก็ได้

ชวนชิมอาหารอร่อยที่เมืองน่าน

ถ้าคุณเข้าไปใน Google ลองค้นหาด้วยคำว่า “ร้านอาหาร เมืองน่าน” คุณจะค้นพบ ร้านอาหารแนะนำโดยลานนาทัวริ่ง, สุดยอดร้านเด็ดเมืองน่านโดย Nan Daily News หรือ ไปดูร้านอาหารพื้นเมืองที่คนน่านเขาไปแชร์บน NanToday.com แต่ร้านที่ไช้ชวนไปชิมในทริปนี้มีดังนี้ครับ

สุดยอดร้านอาหารเช้าและค่ำ “โจ๊กเมืองสอง”

ร้านอาหารรอบเช้าได้แก่ “ร้านโจ๊กเมืองสอง” เป็นร้านโจ๊กขึ้นชื่อ เปิดขายอยู่สองรอบ รอบเช้า 5:30-9:30 น. และรอบเย็น 17:00-22:30 น. รสชาติเข้มข้น ราคาไม่แพง ธรรมดา 25 พิเศษ 30 บาท เว้นแต่ใส่เครื่องพิเศษ ในเมืองน่านถือว่าร้านนี้เด็ดสุด เพราะใครผ่านไปมาแถวตลาดเช้า (ตลาดตั้งจิตนุสรณ์) จะต้องแวะซื้อ หือไม่ก็มาทานที่ร้าน สรุปว่าถ้าไม่ได้มากินโจ๊กที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงน่านก็แล้วกัน

ชมภาพหน้าร้านและภาพอื่นๆ ได้ที่ ร้านโจ๊กเมืองสอง โดย @chaichuanchim บน Wongnai นะครับ ส่วนใครที่ตื่นเช้าพอมีเวลาเดินสำรวจตลาดเช้าให้ลองชิมขนมครก ปาท่องโก๋เกรียว หมูปิ้ง ข้าวเม่ากล้วยแขก อร่อยไม่เบา แต่ถ้าใครหิวยามดึกต้องร้านบะหมี่เกี๊ยวสหชัย อยู่หน้า 7-11 ถนนอนันตวรฤทธิเดช ร้านนี้เปิดจนถึงดึกดื่นเกือบเที่ยงคืน คนเยอะตลอด ไม่ควรพลาดเช่นกัน

สุดยอดข้าวแกงอาหารอร่อยราคาถูก “ครัววันดา”

ร้านข้าวแกงรสเด็ด ถ้าใครมองหาอาหารบ้านๆ ราคาถูกต้อง “ร้านวันดา” ขายดิบขายดี อาหารเป็นถาดเป็นหม้อ อร่อยเกือบทุกอย่าง วันนั้นสั่งมะระผัดไข่ แกงเขียวหมาน ผัดวุ้นเส้น มากินเป็นกับข้าว ไม่พอยังสั่งหมูสเต๊ะ ส้มตำ ข้าวซอยหมู-ไก่ แล้วก็มีขนมจีนน้ำเงี้ยวกับของหวานอีก 2-3 ถ้วย
มาเสริมทัพอีกด้วย กินไปร่วมสิบจาน ราคาไม่ถึง 500 บาท อิ่มจังตังก์ไม่พร่อง แหล่มมาก

ชมภาพหน้าร้าน สถานที่ปักหมุด และภาพอาหารจานเด็ดต่างๆ ได้ที่ ร้านวันดา โดย @chaichuanchim บน Wongnai ได้เลยครับ

ถ้าพูดถึงข้าวซอย อยากให้ลองไปชิม ร้านข้าวซอยต้นน้ำ อยู่บริเวณเดียวกับร้าน Hot Bread บนถนนสุริยพงศ์ใกล้วัดภูมินทร์ แต่ถ้าต้องการทานอาหารอย่างอื่นด้วย แนะนำ เฮือนฮอม ร้านนี้ถูกใจคนกรุงเทพฯ แต่สำหรับคนในพื้นที่ เขาจะรู้สึกว่ารสชาติมันหวานนำเอาใจคนกรุงมากไปหน่อย

ออร์เดิร์ฟเมืองและข้าวซอยที่เฮือนฮอม (ไก่อร่อยกว่าหมู)

สุดยอดร้านอาหารริมน้ำน่าน “ตวงทิพย์”

ร้านอาหารริมน้ำ มาน่านทั้งที ควรจัดซะหนึ่งมื้อกินอาหารริมน้ำน่าน ไม่ว่าจะเป็น เรือนแก้ว เฮือนเจ้านาง Good View ครัวน่านน้ำ และอื่นๆ แต่ร้านที่พามาชิมเย็นนี้คือ “ร้านตวงทิพย์” วันก่อนถีบจักรยานจากโรงแรมลัดเลาะมาถึงริมน้ำน่าน ผ่านสวนสาธารณะเพื่อมาทานอาหารเย็นที่ “สวนสะเนียน” วันนี้แรงตกเลยขอเช่าสามล้อถีบให้มาส่งที่ร้านนี้

เมนูเด็ดของเขาคือเห็ดเผาะ ปลาอินทรีย์ย่างซีอิ๊ว และยำผักกูด อาหารรสชาติใช้ได้ แม้จะไม่หรูหราไฮโซ แต่ก็พอทำให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปด้วยอาการพุงป่อง (กินเยอะจัด) และขาลาย (เพราะยุงริมน้ำก็ขยันดูดเลือกกันจัง) อ่านรีวิว ร้านสวนสะเนียน และร้านตวงทิพย์ โดย @chaichuanchim ได้ที่ Wongnai เหมือนเดิมครับ คราวหน้าถ้ามีโอกาสอยากทานร้านข้าวต้มชื่อดัง 2 ร้านนี้บ้าง เห็นว่าอร่อยนักหนา ได้แก่ ข้าวต้มเลิศรส (เยื้องโรงแรมเทวราช) และร้านปุ้ม 3 บนถนนอนันตวรฤทธิเดช

สุดยอดร้านขนม “ร้านของหวานป้านิ่ม”

มาถึงร้านขนมหวานเลื่องชื่อ เห็นจะไม่มีใครชิงแชมป์ตำแหน่งขนมหวานที่มีชื่อมากที่สุดของเมืองน่านได้เท่า “ร้านของหวานป้านิ่ม”

เป็นร้านเก่าแก่ย้ายมาอยู่ที่แยกพันต้น เยื้องๆ กับวัดศรีพันต้น ที่นี่ขายขนมหวานจำพวก แกงบวด สาคูข้าวเหนียวดำ ยังมีน้ำแข็งใส และไอศครีมขายด้วย เมนูที่คนชอบสั่งมักจะเป็น ซาหริ่มฟิวชั่นกับไอศครีมกะทิสด (เรียกว่าซาหริ่มน้ำ) หรือไม่ก็เป็นบัวลอย หลังจากทานอย่างละนิดอย่างละหน่อย เหลือบไปเห็นเมนู ไอศครีมข้าวเหนียวมะม่วง เลยจัดไปอีกชาม อร่อยมว๊าก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างความหวานของผลไม้ กับข้าวเหนียวนุ่มๆ ไอศครีมเย็น ทานเสร็จรู้สึกหวานไปทั้งตัวเลยทีเดียว 555 ชมภาพเมนูอื่นๆ ของร้านป้านิ่มได้ที่นี่ครับ

ที่เมืองน่านไม่แนะนำให้ทานพวกเค้ก หรือขนมแบบชาวกรุงนะครับเพราะอาจจะรู้สึกผิดหวังได้ แต่ถ้าอยากจะจิบกาแฟล่ะก็ มีให้ชิมเพียบบบบบ

สุดยอดกาแฟเมืองน่าน “กาแฟภูฟ้า”

ร้านกาแฟเมืองน่าน คนไทยติดกินกาแฟกันซะเหลือเกิน ไม่ว่าจะขึ้นเหนือลงใต้ ขอให้ได้ซู้ดคาเฟอีนเข้าไปซักนิดจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที แต่ก็ว่าไม่ได้นะครับ เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยว มันเอื้อให้อยากแวะชิมกินกาแฟเสียเหลือเกิน

จากผลสำรวจสุดยอดร้านกาแฟเมืองน่านโดยโพลของน่านวันนี้ดอทคอม ผลปรากฎว่าคนโหวตให้ กาแฟภูฟ้า นำมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย กาแฟภูพยัคฆ์ เป็นอันดับสอง ส่วนกาแฟเขาทะลุชุมพร รันเวย์คอฟฟี่ และ Coffee Hut เข้ามาเป็นอันดับ 3,4 และ 5

จากการชิมรสชาติกาแฟของภูฟ้าด้วยตัวเอง ต้องยอมรับว่ารสชาติดีมาก แถมบรรยากาศร้านก็ตกแต่งได้น่ารักน่านั่ง มีทั้งโซนติดแอร์ และโซนชมสวนหย่อมภายในตัวอาคารอีกด้วย คราวหน้าถ้ามีโอกาสแวะมาเยือนน่านอีก ร้านนี้คงต้องถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมแน่นอน

ของฝาก ของทานเล่นเมืองน่าน

โรตีกังวาน ม้วนกรอบเป็นทรงกลม อร่อยจริงอร่อยจัง

“แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ 

แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง”

นี่คือคำขวัญประจำจังหวัดน่าน ถามว่าถ้ามาน่าน แล้วควรซื้ออะไรเป็นของฝาก จากคำบอกกล่าวของคนพื้นที่ เขาแนะนำให้ซื้อของพื้นเมืองที่ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ OTOP Center นอกจากนั้นก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือของจันทร์สมการทอ กาแฟภูฟ้า ภูพยัคฆ์ เครื่องเงิน โปสการ์ด ฯลฯ

ส่วนของกินไม่ควรพลาด มะไฟอบแห้ง (รสชาติคล้ายบ๊วย) ข้าวหลามแจ้ง (รูปทรงเหมือนหลอดนีออน) โรตีกังวาน (กรอบดังกังวานเหมือนชื่อ ขายอยู่หน้าวัดพระธาตุแช่แห้ง) อันนี้เด็ดมาก ท้าให้ลิ้มลองแล้วคุณจะติดใจ

น่านที่ฉันเห็น

เสน่ห์เมืองน่านยังคงตราตรึงอยู่ในใจแม้จะกลับบ้านมาได้แล้วหลายอาทิตย์ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่น่าน ผมได้ลองเดิน ขี่จักรยาน นั่งรถราง เช่าสามล้อถีบ เหมารถสองแถว เช่ารถขับ จนถึงนั่งเครื่องบินไปกลับน่าน เรียกได้ว่าลองมันครบทุกรูปแบบ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดี มานั่งคิด นอนคิด ว่าทริปนี้ได้ให้ข้อคิดอะไรกับเรา ที่พอจะหยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องเล่าประเทืองปัญญาแบ่งปันกันอ่าน ผมจึงขอใช้พื้นที่กรอบสุดท้ายของบล็อกนี้ตั้งข้อสังเกตอะไรบางอย่างเกี่ยวกับน่าน

คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจตอนมาถึงน่านคือ “แล้วน่านจะเป็นเหมือนปายไหม?” คงไม่ต้องบอกว่าปายเปลี่ยนไปขนาดไหน! เราคงอยู่กับแสงสีในเมืองมากไป เลยไม่ค่อยพิศมัยกับความเจริญด้านวัตถุเมื่อตั้งใจมาเที่ยวต่างเมือง น่านคือปายเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ความเจริญเข้ามาแบบพอดิบพอดี ไม่น้อยไปจนกลายเป็นความทุรกันดาร แต่ก็ไม่มากเกินจนกลายเป็นทุกอย่างทำเพื่อการพาณิชย์

น่านยังคงร่ำรวยทรัพยากร วัฒนธรรม ศิลปกรรม และการใช้ชีวิตที่เนิบช้าแต่มีความสุขอย่างพอเพียง น่านจะเปลี่ยนไปขนาดไหน คงขึ้นอยู่กับคนในชุมชนว่าจะให้ความร่วมมืออนุรักษ์พื้นที่สีเขียวแห่งนี้ไว้ได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับนักธุรกิจถ้าคุณคิดจะไปเมืองน่าน โปรดสงวนน่านไว้แห่งหนึ่งให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมความสวยงามแบบดิบๆ ที่ปราศจากสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้น่านเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เรามันก็เป็นแค่นักเดินทางที่ผ่านเข้ามาที่นี่ ผูกพันกับที่นี่ และชอบวิถีชีวิตที่บริสุทธิ์ เนิบช้าอย่างที่มันเป็นอยู่ จักรยานคู่ใจเพียงหนึ่งคัน พาเราไปทุกหนแห่ง เก็บภาพความทรงจำเอาไว้ในใจ ไม่ขอทิ้งอะไรไว้ให้รกตา แต่ขอคิดออกนอกหน้าดังๆ ว่าฉันคงคิดถึง….น่านแน่ๆ

 
Leave a comment

Posted by on June 8, 2012 in Experience, Food, Travel

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: