RSS

นายบ่าวไม่ต่างกัน

25 May

นอกจากที่บ้านแล้ว เราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ออฟฟิศ นอกจากพ่อแม่และคนในครอบครัวแล้ว เราใช้เวลาไม่น้อยอยู่กับ “เพื่อน” และ “นาย” เราทุกคนล้วนอยากมีความสุขกับงานที่ทำ (อันนี้พอหาได้) เราทุกคนล้วนอยากมีเพื่อนที่รู้ใจ (อันนี้ก็พอเลือกคบได้) และเราทุกคนก็อยากมีนายที่น่ารักและเคารพ (อันนี้อยากเลือกแต่บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้)

เชื่อหรือไม่ว่า เหตุผลที่ทำให้คนลาออกจากงาน นอกจากเงินเดือน และความก้าวหน้าในอาชีพการงานแล้ว ความไม่ลงรอยกับนายถือเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนตัดสินใจยื่นซองขาวในที่สุด สรุปแล้วคนส่วนใหญ่ออกจากงานไม่ได้ใช้เหตุผลเป็นตัวตั้ง แต่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผลต่างหาก

ในชีวิตการทำงาน (ในอุดมคติ) ทุกคนฝันอยากได้งานดี เงินดี ไม่เหน็ดเหนื่อย และไม่เครียด (ไม่รู้มีอยู่จริงไหม?) ลูกน้องอยากได้นายดี สอนงานเก่ง ไม่เกรี้ยวกราดเอาแต่ใจ ไม่จู้จี้จุกจิกขี้บ่น ไม่บังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ แถมยังใจถึงพึ่งได้อีกด้วย (ไม่รู้ขอมากไปไหม?) เจ้านายก็อยากได้ลูกน้องที่ฉลาด อดทน ขยันขันแข็ง ละเอียดรอบคอบ มีสัมมาคารวะ ทุ่มเท รับผิดชอบ ไม่เรียกร้องขอตำแหน่งและเงินเดือนเพิ่มตลอดเวลา (ไม่รู้หายไหน?)

เจ้านายไม่ใช่เทพ ลูกน้องไม่ใช่บ่าว จึงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ต่างมีดีมีเสียและมุมมองที่ไม่เหมือนกันแม้จะพูดเรื่องเดียวกันก็ตาม

ผมเคยผ่านการเป็นลูกน้องและเป็นนายมาโชกโชนพอๆ กัน นี่เป็นเพียงบทความที่สะท้อนสิ่งที่พวกเราเจอในออฟฟิศ

ลองอ่านความคิดของบทจำลองด้านล่างนี้ แล้วลองคิดตามดูว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวไหน ระหว่าง “นาย” และ “ลูกน้อง”

(เจ้านายตัดพ้อ) จะหาลูกน้องเก่งๆ ทำงานให้ได้ดั่งใจมันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก

(ลูกน้องต่อว่า) โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่เอา ไม่ถูกใจไปซะทุกอย่าง เก่งจริงก็ลองมาทำเองดูเซ่

(เจ้านายหงุดหงิด) งานที่สั่งไป ไม่เห็นมาอัพเดทซะที ได้ทำรึยังก็ไม่รู้ ต้องให้คอยตามจิกอยู่เรื่อย

(ลูกน้องงุ่นง่าน) งานเก่ายังไม่ทันเสร็จ ให้งานใหม่มาเพิ่มอีก โจทย์ก็ไม่เคลียร์ เวลาก็ไม่มีให้ เห็นใจกันบ้างไหม

(เจ้านายสงสัย) ทำไมลูกน้องไม่ค่อยเข้าหา? ประตูห้องก็เปิดอยู่ตลอดเวลา

(ลูกน้องสับสน) เสนอไอเดียทีไร ไม่เคยเชื่อเราสักครั้ง ชอบให้ถาม แต่ตัวเองไม่เคยต้องการคำตอบ

(เจ้านายคิดมาก) สนิทสนมกับลูกน้องมากเกิน เดี๋ยวจะทำให้เสียการปกครอง

(ลูกน้องคิดน้อย) นายไม่เคยมีเวลาให้กับเราเลย เออเซ่ เรามันไม่ใช่ลูกรัก

(เจ้านายหมั่นไส้) ทีเรื่องของคนอื่นทำเป็นรู้ดี แต่เรื่องงานของตัวเอง กลับทำไม่ได้เรื่อง

(ลูกน้องแก้ตัว) งานง่ายๆชอบเอาไปให้คนอื่น ส่วนงานยากๆมาลงที่เราเสมอ

(เจ้านายขี้วีน) พี่บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าทำงานให้ละเอียดรอบคอบ ถ้าทำผิดอีกครั้งเป็นเรื่องแน่

(ลูกน้องขี้ฟ้อง) นายครับ คนนั้นมันชอบแอบด่านายลับหลัง ระวังมันเอาไว้ให้ดี

(เจ้านายใจน้อย) พวกเธอรู้บ้างไหม พี่ต้องไปเจออะไรมาบ้างในที่ประชุม

(ลูกน้องน้อยใจ) เป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือน จะมาเอาอะไรกับฉันมากมาย

(เจ้านายคิดสั้น) อยากกลับไปเป็นลูกน้องเหมือนเดิม จะได้ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกของใครตั้งมากมาย

(ลูกน้องคิดเยอะ) เอาไว้ฉันได้เป็นหัวหน้าเมื่อไหร่ งานนี้มีเอาคืน

(เจ้านายสรุป) เธอเคยเห็นความดีของฉันบ้างไหม

(ลูกน้องสรุป) วันใดขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก

ความร้าวฉานระหว่างนายและลูกน้องเกิดจากความไม่เข้าใจในบทบาทของฝั่งตรงข้าม หากคุณเป็นลูกน้อง คุณควรจำใส่ใจให้ดีคุณกำลังสะสมความรู้ติดตัว อย่าได้คิดคำนวณบวกลบคูณหารว่าตัวเองทำงานเกินคุ้มหรือไม่ กำไรที่ได้จากการทำงานไม่ได้มาจากแค่เงินเดือนหรือโบนัส หากแต่รวมถึงความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก และการรับประสบการณ์ปันผลที่มันจะผลิดอกออกผลในวันที่คุณเก่งกล้าสามารถพอที่จะเป็นนายคน หากว่าคุณได้เป็นนายคน จงจำใส่ใจให้ดีว่า ครั้งหนึ่งคุณก็เคยเป็นลูกน้องมาก่อน คุณน่าจะเข้าใจดีว่าลูกน้องต้องการอะไร ความสำเร็จที่คุณได้มาเกิดจากความรู้ความสามารถ นั่นคือผลงานในอดีต แต่ผลงานในปัจจุบันและอนาคตคือการสร้างคน ไม่ใช่แค่ผลงานอย่างเดียว ผมเคยได้รับ Forward Mail มาอันหนึ่ง ยังเก็บไว้ทุกวันนี้ แต่เสียดายในเมล์นั้นไม่ได้ระบุชื่อผู้แต่ง แต่ขออนุญาตเอามาแบ่งปันเป็นวิทยาทานละกันนะครับ อ่านกลอนสอนใจข้างล่างนี้แล้ว ลองประเมินตัวเองใหม่ว่า “คุณเป็นนายที่ดีพอแล้วหรือยัง?”

สุภาษิตสอนนาย (หน้าที่ 1)

สุภาษิตสอนนาย (หน้าที่ 2)

ท่านที่ต้องการโหลดไฟล์อ่านแบบชัดๆ ให้คลิ๊กที่ลิงค์นี้ครับ (Boss Quote)

เหตุผลง่ายๆ ของความต่างเชิงความคิดของเจ้านายและลูกน้องคือเราสวมหมวกกันคนละใบ คนละบทบาทความรับผิดชอบ อยากให้ทุกสิ่งมันถูกใจเราโดยคาดหวังว่าคนรอบข้างจะเป็นคนโน้มปรับตัวเข้ามาหาเรา เราโทษคนโน้น คนนี้ แต่ไม่เคยโทษตัวเอง เราอยากให้คนรอบข้างเปลี่ยนแปลงเพื่อเรา แต่แล้วเราเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเพื่อคนอื่นบ้าง เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองความคิดพลิกชีวิตให้ถูกด้าน คือเลือกทำในสิ่งที่ควรทำ (ไม่ใช่เพราะต้องทำ) อย่าเป็นเหยื่อของปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ หันมามุ่งมันทำในสิ่งที่เราควบคุมได้ ผลลัพธ์จะเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับเรารู้สึกสุขหรือทุกข์กับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ข้อคิดทิ้งท้ายสำหรับคนเป็นลูกน้อง “อย่าอิจฉาผู้อื่นเมื่อเห็นเขาได้ดี แต่จงทำดีให้มากกว่าผู้อื่นเสมอ ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่ต้องลงทุน เพราะถึงแม้จะมีความสำเร็จนั้นจะอยู่กับเราไม่นาน พยายามทำดีต่อไป สักวันคุณจะได้ดี (เชื่อผม)”

ข้อคิดทิ้งท้ายสำหรับคนเป็นเจ้านาย “อย่าตำหนิเพ่งโทษผู้อื่น หากเราเองก็ยังทำไม่ได้อย่างที่พูด อย่าเพียงบอกว่าไม่ดี ไม่ชอบ ไม่เอา แต่จงทำให้เขาดูเป็นตัวอย่าง คนจะจดจำผลงานที่คุณสร้างไว้กับองค์กรได้นานนับปี แต่คนจะจดจำความดีที่คุณปลูกไว้ในใจคนตราบนานเท่านาน (เชื่อผม)”

 
Leave a comment

Posted by on May 25, 2012 in Experience, HR, management, Opinion

 

Tags: , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: