RSS

มีเรื่องลาวมากมาย (1)

04 Mar

นอน ไม่นอน นอน ไม่นอน สรุปว่าไม่นอนละกัน ไม่ใช่เพราะว่าตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวลาว แต่กลัวตื่นขึ้นมาไม่ทันจับเที่ยวบินไฟลท์ตอนเช้าต่างหาก เหอๆ

ตีสี่ของเช้าวันพฤหัสฤกษ์งามยามดี ได้เวลาออกจากบ้านไปสนามบินสุวรรณภูมิ ลากกระเป๋าออกจากบ้าน AF เพลานี้ ไม่น่าจะหา Taxi ยาก เดินออกจากซอยกวาดสายตาไปที่ป้ายรถเมล์ เจอ Taxi คันนึงจอดรออยู่ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมรีบจ้ำอ้าวคว้าประตูหมับ เปิดออกมาเจอหน้าชายผิวสองสี ดูคมไม่ขำออกไปทางน่ากลัว เอาเข้าแล้วจะปิดประตูใส่ก็จะกะไรอยู่ เลยฝืนใจบอกไปว่า “พี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ” ในใจคิดว่าพี่ช่วยตอบว่าไม่ไปหน่อยเถิด แต่หารู้มั๊ยว่าแกค่อยๆหันหน้ามาด้วยสายตาเหมือนว่าจะเป็นมิตร และตอบกลับมาว่า “ไป” ใจงี้หล่นหายแวบไปชั่วขณะพร้อมกัดฟัน พาขาอวบๆอันหนักอึ้งก้าวขึ้นไปนั่งอยู่บนรถ Taxi คันโทรมๆ ที่ใช้พลังขับเคลื่อนด้วยเกียร์กระปุก เป็นไงเป็นกัน เราน่าจะถึงที่หมายโดยปลอดภัยเพราะว่าเรามีของดี พระท่านคงคุ้มครอง

ผมคงอาจจะตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ ด้วยหน้าตาพี่คนขับจะดำทะมึนดูมึนงงด้วยฤทธิ์ของสุราแล้ว แถมสภาพรถยังเก่าและพร้อมจะแตกเป็นเสี่ยงเพราะเวลาเร่งสปีดขึ้นมารถมันแอบเหวี่ยงซ้ายไปขวามาราวกับว่าเรากำลังนั่งอยู่ในสนามแข่งรถ (บั๊ม) ความตื่นรู้ของเรายิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยผมเริ่มเรียกคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์มาใช้ “เหตุที่สมควรกลัวไม่มีในโลก” จริงของท่าน แต่วินาทีความกลัวมันเกิดจากการที่เราเอาชีวิตไปฝากไว้กับคนที่ไม่รู้จัก

ออกเดินทางโดยสารการบินนกแอร์

ระหว่างนั่งลุ้นไปตลอดทาง คราวนี้ความกลัวมันเริ่มผสมกับความมึนงงปนทึ่งเล็กน้อย ขณะนำรถพุ่งทะยานขึ้นทางด่วนตามความปรารถนาของผู้โดยสาร ด้วยความมั่นใจแกไถรถเข้าไปในช่อง Easy Pass ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นมากทั้งที่ไม่มีบัตรทางด่วนแต่อย่างใด นับว่าเป็นโชคที่ยังดีอยู่ เพราะในยามวิกาลรถราเลยยังไม่ค่อยมี เพราะรถคันนี้ต้องถอยยาวให้เลยแถบกรวยกั้นยาวประมาณ 3 เมตร เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ แค่เริ่มต้นก็มันส์เสียแล้ว.. ดูจากรูปการณ์แล้วแกน่าจะมึนเอาการ ผมเลยแกล้งหยอดคำถามไปด้วยเสียงอันสุขุมว่า “ไปสนามบินสุวรรณภูมินะครับพี่ ใปถูกมั๊ยครับ?” (พูดย้ำๆ เพราะกลัวแกพาเราไปดอนเมือง) แกตอบกลับมาด้วยความมาดมั่นว่า “ไปถูก แต่จะให้ไปทางไหนดี?” เอาล่ะครับ ผมคิดว่าจะมีเวลางีบสักพักบน Taxi แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว ผมต้องคอยมองป้าย ลุ้นเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่า รถคันนี้จะไม่หลง ใม่เลย หรือหลุดไปชนใครเข้าก่อนเวลาอันควร ตลอดระยะทางจากบ้านไปสนามบิน สมองผมโล่งเปล่า แต่ปากงี้พึมพำขยับบทสวดของหลวงพ่อโอภาสีเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านไปกว่านี้ “อิติสุคาโต อาระหังพุทโธ นโมพุทธายะ ปฐวีคงคา พระภุมเทวา ขมามิหัง”

ในที่สุด Taxi หมายเลขทะเบียน ทน. 8472 ก็พาเรามาถึงที่หมายโดยเกือบไม่ปลอดภัย ก้าวเดินออกจากรถด้วยอาการทัมใจ ปนโล่งใจว่าเรายังมีโอกาสทำความดีบนโลกใบนี้ต่อไป เอาล่ะครับอินโทรมาซะลืมไปเลยว่ากำลังจะพาไปเที่ยวลาวกัน พร้อมแล้วลุยกันต่อเลยครับ

ขณะนี้สายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD9360 พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี ผู้โดยสาร…..เตรียมรอขึ้นเครื่อง ณ ทางออกหมายเลข B2B อีกชั่วอึดใจเดียวก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัย โดยไม่ต้องลุ้นว่าเครื่องจะเก่าหรือนักบินจะใหม่ เพราะถึงยังไงเราก็ไม่เสียวเพียงลำพัง เขาถึงว่ากันว่า “ความหนาวไม่น่ากลัวเท่ากับความเหงา (+ความเสียว) โดยลำพัง”

เติมพลังอาหารเช้าที่จังหวัดอุบล

ลงจากเครื่องในเวลา 7:00 น. ฟ้ายังไม่สางดี ไช้ชวนชิมรีบหาของกินทันที อันนี้แค่เริ่มต้น ระหว่างทางจัดหนักมากกว่านี้ ชั่งใจระหว่างเฝอ ขนมเบื้องญวน โจ๊ก ซึ่งเคยกินมาหมดแล้ว เลยเปิดประเดิมทริปนี้ดู อาหารเช้าแบบ Remix ที่ร้านอาหารเช้า กาแฟทรงรส ชื่อออกจะสับสนเล็กน้อย ถ้าไช้ชวนชิมช่วยคิดออกนอกหน้าได้ คงจะขออนุญาตเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ร้านอาหารเช้าทรงเครื่อง กับกาแฟเลิศรส”

ที่เห็นทั้งหมดนี้ ไม่ได้กินคนเดียว แต่ก็เกือบเหมือนกัน ขนมปังฝรั่งเศสที่เรียกว่าแป้งจี่ที่นี่ยังไม่ผ่านมาตรฐานไช้ชวนชิม เกาเหลาก็พอทานได้ แต่เมี่ยงเปาะเปี็ยะโคตรอร่อย หรือเป็นเพราะเราชอบกินของทอดก็ไม่รู้ ออกมาจากร้านรู้สึกตัวหนักๆ ขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่เพราะปริมาณอาหารที่อัดเข้าไป แต่คงเป็นเพราะฤทธิ์ MSG ที่กำลังทำงานอย่างแข็งขัน ใครอยากรู้ว่าร้านไหนอร่อยโดยปราศจาก MSG หรือผงชูรสหรือไม่ ให้มายืมตัวผมได้เพราะระบบในร่างกายผมจะสามารถ detect สารนี้ได้เป็นอย่างดี ยิ่งกินเข้าไปมากเท่าไหร่ อาการมวนท้องก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น เอาเป็นว่าร้านนี้อาหารโดยรวมใช้ได้ บริการนับว่าดีทีเดียว แต่พอใส่สารเข้าไปขนาดนี้ ไช้ชวนชิมขอแบนแรงๆ (ไม่โกรธ แต่จำขึ้นใจ)

จุดผ่านแดนไทย-ลาว

อาหารกายอิ่มแล้ว เราเข้าลาวกันเลยดีกว่า ใช้เวลาเมืองอุบลประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงช่องเม็ก จุดผ่านเข้าแดนลาว ประเทศไทยนับมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศลาว ไทยสามารถผ่านแดนลาวได้ด้วยบัตรประชาชนพร้อมค่าธรรมเนียมและขั้นตอนมากมาย แต่คนลาวเดินเข้าไทยสบายแฮ อันนี้ถือเป็นการเอื้อเฟื้อที่ดู Make Sense มากๆ

ผมเคยแต่เข้าลาวผ่านจังหวัดหนองคายเพื่อไปเวียงจันทน์ คราวนี้มาทางอุบลเพื่อลองเที่ยวฝั่งลาวใต้ดูบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเมืองหน้าด่านในแถบใต้จะเรียกว่าปากเซ ซึ่งเป็นเมืองย่อยในแคว้นจำปาสัก คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ว่ามาลาวให้ไปดูอะไรบ้าง นอกจากมาช้อปปิ้งของหนีภาษีแถวชายแดน แต่วันนี้ไช้ชวนทัวร์ จะพาออกตัวไปชมน้ำตก Unseen in Laos พาไปชมถึง 3 ที่ สวยแปลกแตกต่างกัน แต่ละที่ห่างไกลกันคนละโยชน์ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ขับรถเอง นิ่งเป็นหลับขยับเป็นกิน พอเดินดินสักพัก ก็ชักง่วง นอนต่อดีกว่า 555

ต่อจากนี้ขอเชิญชมภาพบางส่วนที่ถ่ายมาเป็นของฝากจากแดนลาวได้เลยครับ

ที่แรกนี้เป็นภาพที่ถ่ายจากน้ำตก Tad Gneuang เสียค่าชม 5,000 kip ก่อนเข้าชมน้ำตกมีเรือนไม้ให้พักทานกาแฟยี่ห้อ Dao แต่ด้วยความที่ท้องยังอิ่มจากกาแฟเมื่อเช้าเลย สั่งกล้วยปั่นมาทานเพื่อดับคาวสักเล็กน้อย สถานที่แห่งนี้ยังถือว่าเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ แต่อีกไม่ช้าคงจะคึกครื้นเพราะเริ่มมีนายทุนมาสร้างรีสอร์ตอยู่ในบริเวณรอบๆ

ภาพนี้เป็นสวนที่อยู่ตรงข้ามน้ำตก Tad Gneuang สีสันสดใส สวยงามและร่มรื่นดีมาก ไต่เขาลงมาพอได้เหงื่อก็นับว่าคุ้มที่ได้ชมวิวน้ำตกกันอย่างใกล้ๆเลยทีเดียว

Tad Gneuang WaterFall by Instagram

และนี่คือวิวน้ำตก Tad Gneuang ที่ถ่ายจากวิวสวนด้านบน สวยงาม มีพลังมากๆ แม้ขนาดจะไม่ใหญ่โต แต่ก็ให้ความรู้สึก โปร่งโล่ง สบายตา สบายใจ ผมใช้เวลาอยู่ ณ ที่แห่งนี้อยู่นานพอสมควร เพราะมีโอกาสได้ปีนเขา ไต่หน้าผา ชมน้ำตกโดยรอบ ชอบในความเขียว ความที่ปลอดผู้คน และยังคงความเป็นธรรมชาติที่ยังไม่ได้แปดเปื้อนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ภาพนี้ไช้ขอแชะเก็บไว้ในความทรงจำประจำทริปนี้

ณ ที่แห่งนี้ถือเป็นน้ำตกแห่งที่สองชื่อว่า Tad Fane เริ่มมีรีสอร์ตเข้ามาบ้างแล้ว มีเรือนรับรองคล้ายกันกับที่ Tad Gneuang แต่จุดชมน้ำตกของที่นี่สู้ที่แห่งแรกไม่ได้เลย

นี่คือจุดชมวิวของน้ำตก Tad Fane ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดที่ผมยืนมากพอสมควร เป็นน้ำตกสองสายที่พุ่งดิ่งตรงลงสู่พื้นดิน ความสูงนั้นสูงกว่า Tad Gneuang หลายเท่าตัว แต่ความสมบูรณ์และความใกล้จุดสัมผัส ผมยกให้น้ำตกแห่งแรกหมดตัว ต้องขออภัยที่ตัวผมบังน้ำตกซะเกือบมิด ต้องเร่งฟิตลดความกว้างเสียแล้ว  ^ – ^

ภาพนี้ดูไม่ค่อยเกี่ยวกับน้ำตกเท่าไหร่ แต่เป็นภาพที่ผมถ่ายเก็บขึ้นมาจากโปรแกรม Path ซึ่งสะท้อนถึงความงามของสถานที่แห่งนี้ เป็นภาพ Contrast ระหว่างความเจริญงอกงาม และความแห้งเหี่ยว ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน แต่ก่อนก็เคยเป็นใบไม้ที่เขียวเข้มงอกงามบนต้นไม้ Falling Leaves are then the Refection of Common Living, Nothing is secure, Nothing is certain. There remains only Life or Death of someone, something in days or years to come.

และนี่ก็คือจุด  Highlight ของทริปน้ำตกทั้งหลาย เพราะน้ำตก KonPaPheng ได้ชื่อว่าเป็น Pearl of Mekhong หรือไข่มุกของแม่โขง และมันก็สวยงามถึงขนาดว่าบางคนยกให้เป็น Niagara of Asia ถ้าจะว่าไปแล้วน้ำตกแห่งนี้นับว่าสวยเพราะขนาดและมุมมองที่กว้างขวางของน้ำที่ไหลมาจาหลายสายมาบรรจบกันในที่เดียว แต่ความสูงชันยังนับว่าด้อยกว่าน้ำตกอีก 2 แห่งที่ผ่านมา หากใครที่เคยไปน้ำตกไนแองการามาจะทราบว่า ความยิ่งใหญ่ อลังการนั้นเทียบกันไม่ได้เลย เพราะไนแองการานั้นสามารถชมได้ถึงสองฝั่ง ทั้งฝั่งอเมริกาและแคนาดา น้ำตกนั้นใหญ่ยาวเป็นแผง แถมยังเปิดโอกาสให้ได้นั่งเรือไปดูความงามกันอย่างใกล้ๆด้วย KonPaPheng ลงไปเล่นไม่ได้นะครับ เพราะอาจตายสถานเดียว สวยด้วยระยะทางแต่สัมผัสใกล้ๆไม่ได้ครับ

มาถึงตอนนี้คุณคงเริ่มเบื่อน้ำตก จนอยากจะไปกินน้ำตกซกเล็กเป็นอาหารกลางวันเสียแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนยังมีเรื่องราว นาๆทัศนะเกี่ยวกับลาวที่ผมยังไม่ได้เล่าให้ฟัง เอาไว้ฟังกันตอนหน้า ว่าลาวยังมีอะไรดี แล้วคุณอยากจะไปลาว เป็นลาว หรืออยากจีบสาวลาวกันมั๊ย แล้วพบกันในตอนต่อไป (เร็วๆ นี้)..แต่ไ่ม่บอกว่าเมื่อไหร่ 555 (ทำให้อยากแล้วจากไป)

 
Leave a comment

Posted by on March 4, 2012 in Experience, Food, Opinion, Travel

 

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: