RSS

Tag Archives: อาหารพื้้นเมือง

เชียงใหม่ บ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงเทพฯ

ผมหลงรักเชียงใหม่มานานแล้ว หลงรักจนหัวปักหัวปำ เทียวไล้เทียวขื่ออยู่หลายครั้งต่อปี คงได้เวลาแล้วที่จะเล็งหาที่ดิน หรือที่พักพิงให้มันเป็นเรื่องเป็นราวซักที แต่จะเริ่มยังไง? เลือกอยู่แถวไหน ในเมือง หรือนอกเมืองดี? จะซื้อที่ปลูกบ้านเอง หรือว่าจะซื้อบ้านจัดสรร/คอนโดสร้างเสร็จพร้อมขาย? จะอยู่เอง หรือปล่อยให้เช่าเป็นการลงทุนไปก่อน? แล้วทั้งหมดมันต้องใช้เงินเท่าไหร่ล่ะนี่? คำถามมากมายผุดขึ้นหัว เขาถึงว่าทุกการตัดสินใจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการซื้อสินทรัพย์ถาวรก้อนโตขนาดนี้ ถ้าไม่มีเงินก้อนโต คงต้องเป็นหนี้หัวฟูกว่าจะผ่อนเงินต้นบวกดอกเบี้ยครบ มูลค่าบ้านคงเบิ้ลเป็นสองเท่าตัว

ผมคงไม่ใช่คนเดียวละมั๊งที่อยากมีบ้านที่สองอยู่ที่เชียงใหม่ และผมคงไม่ใช่คนเดียวเช่นกันที่คิดเวียนวนอยู่กับคำถามเหล่านี้ แม้วันนี้ผมจะยังไม่มีคำตอบทั้งหมด แต่ผมก็ได้เริ่มทำการบ้านบ้างล่ะครับ ขอแบ่งปันข้อมูลบางอย่างเผื่อจะมีใครสนใจย้ายมาอยู่เชียงใหม่พร้อมผม

เหตุผลที่คนอยากย้ายมาอยู่เชียงใหม่

หลายปีมานี้ เชียงใหม่เปลี่ยนไปมาก ถ้าไม่นับเรื่องรถติด กับการเผาป่าเพื่อเก็บเห็ดเผาะ เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่มีความเจริญแบบก้าวกระโดดระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผมได้รับประสบการณ์และเรื่องราวดีๆ จากการมาเยือนเชียงใหม่แทบจะทุกครั้ง ขอบังอาจแต่งคำขวัญประจำเมืองไว้ให้เป็นที่ระลึกว่า “ท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ จิตแจ่มใสเพราะอากาศดี ผู้คนมีน้ำใจ ใส่ใจรักษ์วัฒนธรรม แหล่งอารยธรรม 700 ปี มากมีเรื่องอาหาร เบิกบานยามช้อปปิ้ง ยิ่งห่างนักมักคิดถึง”

  • แหล่งท่องเที่ยว: เชียงใหม่มีที่เที่ยวเยอะมาก ทั้งในเมืองและนอกเมือง ออกไปทางเส้นแม่ริม ไปไกลได้ถึงดอยอินทนนท์ เลี่ยงมาทางสันกำแพง อยากให้แวะแม่กำปอง สวยใสบริสุทธิ์เหมือนไปปายก่อนความเจริญเข้าครอบงำ (อ่าน จะอู้จะอี้จะอั้น ได้ที่นี่ครับ)
  • อากาศดี: อากาศที่เชียงใหม่สดชื่นกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัวนัก เพราะยังมีต้นไม้ ภูเขา ยังปกคลุมอยู่ในหลายพื้นที่ ยิ่งในช่วงหน้าหนาวถ้าได้อยู่บนดอย มันหนาวจับใจยิ่งนัก ดีใจสุดๆ ก็เวลาที่ได้ขนเสื้อกันหนาวที่เก็บไว้ในตู้่ออกมาใช้บ้างไรบ้าง
  • ผู้คนมีน้ำใจ: คนเชียงใหม่ไม่ใช่แค่งดงามที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว พูดก็เพราะ สุภาพ แถมยังมีอัธยาศัยดีด้วย
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: เรายังคงเห็นคนเชียงใหม่นุ่งซิ่น กางจ้องในงานประเพณีสำคัญต่างๆ แม้ว่าความเจริญจะบุกรุกเข้าสู่เมือง แต่เขาก็พยายามรักษาขนมธรรมเนียม วัฒนธรรม และประเพณีไว้อย่างสมดุล
  • อารยธรรม 700 ปี: เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่ากรุงเทพฯ กว่าครึ่งศตวรรษ ศิลปะและเรื่องราวยังคงมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย วัดวาอารามตามก็สวยตามแบบฉบับล้านนา
  • อาหารการกิน: ตั้งใจจะตามเก็บ ตามชิมร้านอาหารชื่อดังให้ครบ แต่แล้วเวียนมาจนจบครบหลายรอบ ก็ยังตระเวนได้ไม่ทั่ว ทั้งข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง ล้วนแต่เป็นของโปรดทั้งนั้น (อ่าน กินไม่ซ้ำ กับ 10 ร้านดังในเมืองเชียงใหม่ ได้ที่นี่ครับ)
  • แหล่งช้อปปิ้ง: เป็นที่รู้กันว่าถนนช้างคลานย่านไนท์บาร์ซ่าร์ และถนนนิมมานเหมินทร์คือแดนสวรรค์แหล่งช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยว เย็นวันเสาร์ยังมีถนนคนเดินที่วัวลาย ต่อด้วยที่ท่าแพอีกในวันอาทิตย์

นอกเหนือจากเหตุผลส่วนตัวแล้ว เชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเพราะ พรหมแดนของไทยนั้นเชื่อมกับประเทศพม่าและจีน เมื่อการคมนาคมขนส่งสะดวกขนาดนี้ แถมในอนาคตยังมีโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงตัดผ่านจากเชียงราย เชียงใหม่ ไปยังภูมิภาคอื่นอีก อย่างนี้คงเรียกได้ว่าเชียงใหม่นั้นดูเข้าตากรรมการที่สุดสำหรับการย้ายสำมะโนครัว ณ ชั่วโมงนี้

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เชียงใหม่

จากการสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งพบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่นั้นบูมมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้อำนวยการศูนย์อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ประเมินไว้ว่าเชียงใหม่ในปี 2012 จะมีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสูงถึง 241 โครงการ แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 208 โครงการ ที่เหลืออีก 30 กว่าโครงการเป็นอาคารชุด ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองเกือบทั้งหมด แต่เดิมมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประจำพื้นที่อยู่แค่ 2-3 ราย ตอนนี้มีมากเกือบ 20 รายเข้าไปแล้ว ไม่รู้ว่า Supply ตาม Demand หรือ Demand ตาม Supply กันแน่ ไม่ว่าอะไรจะมาก่อนกัน เป็นที่คาดเดากันได้ว่ามูลค่าที่ดินในตัวเมืองเชียงใหม่มีแนวโน้มสูงปรี๊ดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าแน่นอน

ระดับราคาของห้องชุดหรือคอนโดโดยเฉลี่ยของที่่นี่จะตกอยู่ราวๆ 40,000-50,000 บาท ต่อตารางเมตร ถ้าเทียบกับทำเลสุขุมวิทในกรุงเทพฯ ก็นับว่าถูกกว่าเกือบ 3 เท่า ในขณะที่ราคาปล่อยเช่าจะอยู่ที่ 4,500-7,000 บาทต่อเดือน ขนาดห้องที่คนนิยมซื้อคือแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยประมาณ 31-35 ตารางเมตร ราคาขายประมาณ 1-2 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงบางโครงการอาจตั้งราคา Pre-sale ไว้แพงกว่านี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล และระดับเกรดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สรุปว่าใครต้องการซื้ออยู่เอง หรือต้องการลงทุนในระยะยาว คงต้องรีบโกยกันตอนนี้ ก่อนราคาจะขยับสูงขึ้นจนเอื้อมไม่ถึง แต่ถ้าใครต้องการซื้อเก็งกำไรระยะสั้น (โดยไม่ได้มีเงินเก็บเป็นก้อน) ไม่แนะนำนะครับ เพราะเท่าที่ search ดูบนเวบ มีคนกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยที่จองปุ๊บ เตรียมขายใบจองปั๊บ ถ้าเกิดขายไม่ออกขึ้นมาล่ะ ก็เท่ากับเป็นภาระที่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อชำระค่าโอนกรรมสิทธิ์

แสนสิริเผยกลยุทธ์บุกเชียงใหม่

dVienglogoแม้แสนสิริจะไม่ใช่บริษัทแรกๆ ที่บุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่ ที่เชียงใหม่ แค่ประเดิมเปิดตัวโครงการ dCONDO Campus Resort ก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด 500 กว่ายูนิตขายหมดเกลี้ยงในเวลา 1.5 ชม. มาเชียงใหม่รอบนี้ผมมีโอกาสได้แวะมาเยี่ยมชมโครงการ dVIENG Santitham โครงการใหม่ของแสนสิริ เป็นคอนโดระดับพรีเมียม Low Rise 5 ชั้น 2 อาคาร ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนหัสดิเสวี ใกล้คูเมือง อยู่ห่างจากถนนนิมมานทร์ประมาณ 2 กม. เห็นจะได้

ความแตกต่างของโครงการนี้กับโครงการอื่นๆ ทั่วไปคือการออกแบบด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับความเป็น Modern Loft ให้กลมกลืนลงตัวอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ทำให้ไม่ดูขัดกับสภาพแวดล้อมโดยรวมตามคอนเซปต์ “เสน่ห์เวียงเชียงใหม่” โครงการนี้มีเพียง 264 ยูนิต มีห้องอยู่ 3 ขนาด (Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.3 ล้านบาท ตกเฉลี่ย ตารางละ 77,000 บาท ขนาดว่าราคาแพงกว่าโครงการทั่วไป วันที่เดินทางไปถึงงาน ปรากฎว่าชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 5 ถูกบุ็คเต็มไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เช้า ต้องรอวันเปิดแบบ exclusive จริงๆ สำหรับชั้น 3 และชั้น 4 และคาดว่าคงจะหมดเกลี้ยงด้วยความรวดเร็วแน่นอน ขายดีจริงๆ

ก่อนจะพาเพื่อนๆ ชมพื้นที่โดยรอบ ผมขอแอบวิเคราะห์นิดหน่อยว่าทำไมโครงการแสนสิริจึงได้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังที่นี่ไม่นาน

1) Brand Awareness: แสนสิริใช้งบโฆษณาปีและไม่น้อยในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แม้ในบางพื้นที่โครงการจะยังไปไม่ถึง แต่ว่าการรับรู้และการจดจำแบรนด์นั้นได้ผลเกินคาด พออัดสื่อโฆษณาเพิ่มลงไปในพื้นที่อีกรอบ ยิ่งทำให้กระแสตอบรับนั้นเห็นผลเร็วขึ้น ปีนี้นับว่าเป็นปีทองของแสนสิริเพราะสามารถโกยยอดขายในต่างจังหวัดไปแล้วถึง 15,400 บาทจาก 23 โครงการใน 6 จังหวัด (หัวหิน ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ พัทยา และขอนแก่น)

2) Think Global, Act Local: แม้แบรนด์แสนสิริจะมีความเป็นอินเตอร์สูง แต่พอลงไปในแต่ละจังหวัด กลับประยุกต์และปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมและรสนิยมของคนในพื้นที่ ตั้งแต่การเลือกพื้นที่โครงการ การออกแบบงานสถาปัตยกรรม การคัดเลือกผู้รับเหมา วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น การกำหนดราคาสินค้า ตลอดจนการทำกิจกรรมทางการตลาดที่แฝงกลิ่นอายของคนบ้านเดียวกัน

3) Demand over Supply: แสนสิริค่อนข้างประสบความสำเร็จในการสร้าง Demand มารองรับ Supply ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะในหมู่นักลงทุน จะรู้กันดีว่าโครงการหมู่บ้านจัดสรร หรือคอนโดของแสนสิรินั้นขายได้ราคาดี เพราะว่าเลือกทำเลงาม แถมออกแบบห้องตัวอย่างชนิดที่โดนใจมาก สังเกตได้ว่าทุกโครงการของแสนสิริจะต้องมีการกระพือข่าวสร้าง Demand แท้และเทียมออกมารอก่อนที่จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของยิ่งหายากยิ่งมีราคาแพง ยิ่งคนแย่งกันเท่าไหร่ยิ่งทำให้คนอยากซื้อมากกว่าเดิมเท่านั้น

4) Customer Relationship Management: อานิสงส์ของการทำกิจกรรมเพื่อรักษาสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทางจิตวิทยาให้คนที่เป็นลูกบ้านนั้นเกิดความผูกพันกับแบรนด์ ในขณะที่ลูกบ้านของโครงการอื่นเกิดความรู้สึกดีปนอิจฉา แม้จะยังไม่สามารถย้ายค่ายมาในทันที แต่เมื่อมีจังหวะที่เหมาะสมขึ้นมาเมื่อไหร่ แสนสิริก็พร้อมกระโดดเข้าอุ้มขึ้นหิ้งทันที

5) Influencer Marketing: มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพียงไม่กี่ค่ายที่ให้ความสำคัญต่อการผูกสัมพันธ์กับ Celebrity และ Influencer ผู้ที่ไม่เพียงเป็นผู้กระจายข่าวให้กับสมาชิกและแฟนคลับ บางคนยังมีความสามารถในการโน้มน้าวในการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อเพราะเชื่อในคำแนะนำและโน้มน้าว

แม้วันนี้อาจจะยังหาคำตอบได้ไม่ครบทุกข้อ แต่ที่แน่ๆ ผมกำลังเฝ้ารอวันที่จะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่เชียงใหม่อย่างที่เคยฝันไว้แน่นอน

Preview โครงการ dVIENG

dviengfrontview dvienggardenview dviengrearview

Gallery ภาพงานเปิดตัว

 
Leave a comment

Posted by on December 22, 2012 in Uncategorized

 

Tags: , , , , , , , , , , , ,

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,619 other followers

%d bloggers like this: